สนธิเผยถูกตามล่าถึงวันนี้ระบุหลังถูกยิง DSI โทร.หาแม้วที่ดูไบ

“สนธิ”ไม่เชื่อขี้ปาก”ทักษิณ”ระบุโดนตามฆ่าตลอดเพียงแต่โอกาสยังไม่ให้ เผยหลักฐานหลังโดนยิง 200 นัด มีผู้ใหญ่ในดีเอสไอโทรไปดูไบเพื่อรายงานผลงาน พร้อมหนุนปรากฎการณ์หน้ากากกาย ฟอว์กส์ แต่เชื่อคงทำอะไรไม่ได้มากเพราะขาดสื่อหลักหนุน

วันที่ 31 พ.ค. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในรายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ช่วงหนึ่งถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ สไกป์พาดพิงถึงว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อาสาเก็บสนธิให้ แต่เขาไม่ให้ทำว่า ถ้าเป็นนายกฯที่ดี มีคนมาพูดแบบนี้ ต้องปลดและดำเนินคดีข้าราชการคนดังกล่าว เพราะมีเจตนาก่ออาชญากรรม ถ้าสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการฆ่าตนจริง ซึ่งเชื่อว่าเขาโกหก เขาคิดฆ่าตนทุกลมหายใจ

นายสนธิเล่าว่าเหตุเกิดในวันที่ 17 เมษายน 2552 จากการสืบสวนของตำรวจโดย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ เป็นหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีตอนนั้น พบว่าคนที่อยู่บนหลังรถบรรทุก 4 คนที่ยิงตนเป็นทหารทั้งหมด ออกหมายจับแล้ว 1 คน คือ จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ซึ่งตายไปแล้วที่น่าสนใจคือ 4 ปีแล้ว ผู้ต้องหากลับไปอยู่บ้านที่สุพรรณอย่างสบายใจ แสดงว่าไม่ว่าจะเป็นยุคไหนก็ตามตำรวจไม่เคยคิดจะจับตามหมายจับเลย แสดงว่าแสดงว่าต้องมีผู้มีอิทธิพลที่มีอำนาจในรัฐบาลปกป้องตลอดเวลา

ทีนี้การขอหมายจับตอนนั้น เบื้องหลังเขาขอไว้ 4 คน คนหนึ่งคือ จ.ส.อ.ปัญญา ที่ตายไปแล้ว อีกคนคือ ส.ต.ท.วรวุฒิ อีก 2 คน เป็นนายทหารระดับ พันเอกคนหนึ่ง พันโทคนหนึ่ง ปรากฎว่าไปขอหมายจับกับศาล ศาลบอกว่าเนื่องจากอีก 2 คนเป็นนายทหารระดับชั้นผู้ใหญ่ ไม่ให้ออกหมายจับแต่ให้ทำหมายเรียก ข่าวไปท่าไหนไม่รู้ พล.ต.อ.ธานี โดนปลดออกจากงานนี้ เพราะว่าถ้าเอา 2 คนนี้เข้ามา ในทางการสืบสวนสอบสวนพร้อมหลักฐานมันโยงต่อไปถึง พลเอกคนหนึ่ง

“ที่น่าสนใจ ส.ต.ท.วรวุฒิ เป็นตำรวจที่ถูกยืมตัวมาสังกัดดีเอสไอ ในยุค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นอธิบดี ในทางสืบสวน ตำรวจจะเช็กโทรศัพท์ ผมโดนยิงเวลา 05.47 น. 06.07 น.มีโทรศัพท์จากกรุงเทพฯ จากคนในดีเอสไอคนหนึ่งชั้นผู้ใหญ่ โทรศัพท์ไปดูไบ ท่านครับมันตายแล้วครับ ผมไม่รู้ใครโกหกใคร ผมไม่รู้ว่าใครพูดจาต้องการเอาภาพตัวเองดีหรือเปล่า แต่ผมไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่ทักษิณพูดผมไม่เชื่อ เพียงแต่โอกาสมันไม่ให้ในการฆ่าผม” นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ กล่าวต่อว่า เชื่อมีการพยายามจะฆ่าตนตลอดเวลา แต่โอกาสไม่ให้เท่านั้นเอง ทั้งช่วงที่ประท้วงที่สนามหลวง – สะพานมัฆวาน และวันที่ตนออกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่สวนลุมฯ แล้วต้องหนีไปอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด วันรุ่งขึ้นออกจากวัดป่าบ้านตาดไปเยี่ยมหลวงพ่อญา ที่วัดป่ากุดโพนทัน จ.หนองบัวลำภู ก็มีชายฉกรรจ์ 2 คนพกปืน ขับรถตามไป แต่ตนออกไปก่อนเลยหาตัวไม่เจอ แสดงว่าความพยายามที่จะฆ่าตนยังมีอยู่แม้กระทั่งทุกวันนี้

ส่วนกรณีข่าวลือปลด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายสนธิ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ปลดหรอก เพราะเข้าขากันดี เป็นเพียงการพูดเพื่อให้ลูกน้องในกองทัพเห็นว่าตัวเองอาจถูกย้ายหวังลบภาพที่สนิทกับรัฐบาล แล้วยังเกี่ยวกับกรณีระบิดหน้ารามด้วย ตอนนี้ระดับล่างไม่ไว้ใจพล.อ.ประยุทธ์มาก วันนี้เพิ่งหลุดปากว่ารัฐบาลไม่ควรกดดันศาลรัฐธรรมนูญ เหตุเกิดมาตั้งกี่อาทิตย์แล้วแต่เพิ่งมาพูด แสดงว่าถูกบีบมาก

แกนนำพันธมิตรฯกล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งคืนตำแหน่งเลขาฯ สมช.ให้นายถวิล เปลี่ยนศรี ว่า นายถวิลคงไม่ได้กลับแล้ว เพราะรัฐบาลก็อุทธรณ์ แล้วตุลาคมนี้ก็จะเกษียณแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไร ศาลปกครองน่าจะออกมาเร็วกว่านี้ แต่อย่างน้อยที่สุดศาลปกครองก็ยังเป็นศาลที่พึ่งได้

นอกจากนี้ยังมีกรณีการปลด นางสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ปลด นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ฯลฯ เหล่านี้รากเหง้าปัญหาอยู่ที่สื่อมวลชนที่ไม่ทำหน้าที่ตัวเอง ไม่สู้เรื่องนี้ สังคมใดที่สื่อมวลชนเฉย ความกดดันจะไม่มี ก็เป็นการส่งเสริมให้รัฐบาลทำชั่วมากขึ้น ฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่ตำหนินักการเมืองเพราะมันชั่วอยู่แล้ว แต่ตำหนิสื่อมวลชน เพราะเรื่องปลดนางสุภาเพราะสาเหตุที่ระบุว่าจำนำข้าวเจ๊ง 2 แสนล้าน เรื่องนี้ใหญ่มาก ถ้าเป็นต่างประเทศหรือประเทศไทยในสมัยก่อน นักข่าวจะรุมจิกข่าวนี้ แข่งกันทำ แต่สมัยนี้ไม่มี นักข่าวเห็นแก่เงินหมด

นายสนธิ กล่าวถึงกรณีการรวมตัวกันของคนในสังคมออนไลน์โดยใช้หน้ากากกาย ฟอว์กส์เป็นสัญลักษณ์ ว่า คงสะกิดอะไรรัฐบาลไม่ได้ เพราะว่ามันหน้าด้าน พลังโซเชียลมีเดียมีอยู่แค่นั้น แต่โซเชียลมีเดียต้องการพลังจากสื่อมวลชนหลักๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์รายใหญ่ๆ ที่ต้องเข้าไปในรูปแบบของการกัดไม่ปล่อย แต่นี่ไม่มีการรับไม้ต่อ หรือว่าจริงๆ แล้วโซเชียลมีเดีย คล้ายๆนักสู้หน้าจออีกแบบหนึ่ง ไปสู้กันในเฟซบุ๊ก กดไลค์ กดแชร์ แล้วยังไง แต่ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย เป็นการแสดงออกที่ใช้ได้ ควรจะทำ แต่ว่าขาดแรงหนุนจากสื่อมวลชนทั้งหลาย

นายสนธิ ยังกล่าวด้วยว่า ข้อกล่าวหาว่าตนรับเงินทักษิณ บ้านเมืองเป็นขนาดนี้ยังนั่งอยู่เฉยๆ ถามว่าออกแล้วยังไง การยุให้ออกล้วนแต่มีวาระซ่อนเร้น ส่วนใหญ่บอกว่าคุยกับทหารแล้ว ประชาชนออกแล้วทหารจะออก จำม็อบเสธ.อ้ายได้หรือไม่ ก่อนหน้านั้นมีการคุยกันเรียบร้อยแล้ว ว่าตำรวจทำร้ายประชาชนทหารจะออก พวกนี้จะออกแบบมีเรื่องแค่ไหนถึงจะออก ฉะนั้นถ้าพี่น้องออกไปต้องเจ็บต้องตายเพื่อให้ทหารออกมา ตนทำไม่ได้ ขออยู่อย่างนี้ดีกว่า และมองว่าการให้ปัญญาคนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

คำว่าพันธมิตรฯ เป็นนามธรรม ไม่มีใครสั่งใครได้ เพราะฉะนั้นแล้วที่บอกว่าบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ทำไมนั่งเฉยๆ คุณผิดแล้ว เพราะวันนี้ถ้าตนไม่ออก คนที่อยากออกก็ออกได้ หรือแกนนำพันธมิตรฯออกก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องออก ต้องว่ากันเป็นข้อๆ จะมาเหมาแบบนี้ไม่ได้ อย่างน้อยให้เกียรติในศักดิ์ศรีของตนบ้าง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000065717

พันธมิตรฯยื่นศาลรธน.สั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับแก้ ม.68 ขอให้ยุบ 6 พรรคการเมือง

http://asianpacificnews.com/news4/?p=6916

Leave a Reply