อันตรายจากฝุ่น 2.5 PM(Particle Pollution)

f9d22f_cc8f2e14cf924e81bce857bc82576095mv2

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่พูดถึงฝุ่นพิษ2.5 PM เป็นการแนะนำให้คนไทยได้รู้จักกัน วันนี้ผู้เขียนขอพูดถึงอันตรายที่เกิดจากฝุ่นละอองพิษ 2.5 PM ที่มีต่อร่างกายว่ามันรุนแรงขนาดไหน เนื่องจากการสัมผัสกับฝุ่นละอองพิษนี้มันไม่ได้ทำให้

เรารู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างไร เราเลยเฉยๆกับการสัมผัสหรือหายใจเอาฝุ่นพิษเข้าไป การที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นพิษนี้ทำได้ด้วยการใส่หน้ากาก N95 ครั้นจะหลีกเลี่ยงไม่ให้หายใจเข้าฝุ่นนี้เข้าไปก็ยากเหลือเกินเพราะเราไม่สามารถขาดอากาศหายใจได้ ทางที่ดีควรงดกิจกรรมกรรมนอกบ้านจะดีกว่า ปรากฎว่ายังมีคนไทยจำนวนมากไม่มีความรู้เรื่องเรื่องอันตรายจากฝุ่นที่ว่านี้เลย ยังคงทำกิจกรรมนอกบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและที่สำคัญกิจกรรมที่ว่านี้จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเสียด้วย ที่หนักไปกว่านั้นคือรัฐบาลยังไม่เคยมีมาตราการในการปัองกันสุขภาพให้กับประชาชนเลย

     ล่าสุดหลานชายผู้เขียนเป็นหมอ บ่นว่ามีคนไข้จำนวนมาก มีปัญหาเรื่องของเยื่อโพรงจมูกอักเสบ จนมีเลือดกำเดาไหล แถมมีอาการปอดอักเสบควบคู่ เมื่อสอบถามจึงพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้ที่บ้านนอนเปิดหน้าต่างและพัดลมไม่มีแอร์ อันนี้ยิ่งลำบากมากขึ้นเพราะจะให้ใส่หน้ากากนอนก็คงจะไม่ได้ แล้วคนไทยจำนวนมากที่ไม่มีแอร์ที่บ้านแล้วพวกเขาจะทำอย่างไรกัน และยิ่งเป็นเด็กเล็กและคนชรายิ่งน่าห่วงมากและวิกฤตอย่างมาก ผู้เขียนขอแนะนำว่าตามสี่แยกไฟแดงใหญ่ๆที่มีป้ายบิลบอร์ดใหญ่ๆควรจะขึ้นตัวเลขค่าละอองฝุ่นพิษในอากาศ PM2.5  ให้ประชาชนได้เห็นกันชัดๆว่าขณะนี้อากาศที่เขากำลังหายใจอยู่ขณะนี้มันอยู่ในระดับอันตรายแค่ไหนแล้ว เขาจะได้ตระหนักและรีบหาหน้ากากมาใส่ เป็นมาตราการการกระตุ้นเตือนผ่านจำนวนตัวเลข ให้เห็นเป็นรูปธรรม เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องทำหน้าที่กระตุ้นเตือน เพราะประชาชนไม่มีเครื่องวัดค่าฝุ่นเป็นของตัวเอง

     ละอองฝุ่นพิษ PM 2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพเนื่องจากละอองฝุ่นมีขนาดเล็กเกินกว่าที่ร่างกายจะกรองออกไปจากร่างกายได้ นอกเหนือจากการสร้างความละคายเคืองให้กับเยื่อบุโพรงจมูก หลอดลม ดวงตา ให้อักเสบแล้ว ฝุ่นละอองพิษที่ว่าฝุ่นพิษจึงตรงเข้าทำร้ายร่างกายได้โดยตรงเมื่อเราหายใจเอาอากาศเข้าไป ฝุ่นที่ว่านี้จะวิ่งเข้าสู่ปอดและทำลายถุงลมในปอดทันที คนที่มีอาการหอบหืดก็ทำให้อาการทรุดลง ฝุ่นพิษที่ว่านี้สามารถทำให้เกิดมะเร็งที่ปอดได้ นอกจากอวัยวะปอดแล้ว ฝุ่นละอองพิษนี้สามารถซึมผ่านผนังหลอดเลือดจึงสามารถเดินทางไปพร้อมกับกระแสเลือดเข้าสู่หัวใจ ทำให้ระบบการทำงานของหัวใจไม่ปกติ อาจทำให้เกิดหัวใจวาย และนอกจากนี้ฝุ่นพิษไปทำลายอวัยวะสำคัญต่างๆทำให้อายุสั้นลงเฉลี่ยถึง 8.6 เดือนเลย

    ผู้เขียนได้อ่านบทความของคณะแพทย์ศิริราช รามาธิบดี ได้มีแถลงการณ์เรื่องฝุ่นที่มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวถึง อันตรายจากฝุ่นละอองพิษ PM2.5 เห็นว่ามีประโยชน์ต่อผู้อ่าน จึงขออนุญาตนำมาลงเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้มีความรู้เพิ่มเติมนะคะ

    1.ฝุ่นนี้ไม่ต่างจากควันบุหรี่ทำให้เกิดถุงลมโป่งพอง โหดหืดกำเริบ ภูมิแพ้กำเริบ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

    2.เด็กแรกเกิดมีถุงลม 25 ล้านใบ ตอนอายุ 10 ขวบมีถุงลม 300 ล้านใบ แต่เจริญเต็มที่มีสมรรถภาพปอดขั้นสุดตอนอายุ 20 ปีถ้าเด็กได้รับฝุ่นมาก ก่อนอายุ 20 ปีปอดจะพัฒนาไปขั้นสุดไม่ได้ แล้วเสื่อมสมรรถภาพเร็วเกิดถุงลมโป่งพองก่อนวัยอันควร อายุ 40-50 ปี ก็เหนื่อยแล้ว

   3.ในประเทศจีน สหรัฐอเมริกา ยุโรป บริเวณที่มี pm2.5 เยอะจะมีผู้ป่วย admit รพ.เยอะ เสียชีวิตด้วยโรคทางปอดและหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น

    4.นอกจากฝุ่น ยังมีโลหะหนักและสารก่อมะเร็ง ที่มากับฝุ่นเช่น polycyclic aromatic hydrocarbonซึ่งทำให้เกิดสารพันธุกรรมกลายพันธุ์ เสี่ยงมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น

    5.ฝุ่น pm 2.5 มาจากท่อไอเสียรถยนต์ จราจร การเผาในที่โล่ง โรงงานอุตสาหกรรม เป็นหลัก

   6.หน้ากากธรรมดา ชนิด dura ป้องกันได้ 10-40% ขึ้นกับชนิดฝุ่น วิธีการใส่ที่ถูกต้อง คนส่วนใหญ่ใส่ไม่ถูกต้อง

   7.ถ้าไม่มี N95 แนะนำให้ใช้ mask dura ซ้อนกัน 2 ชั้นจะเพิ่มประสิทธิภาพการกรอง แต่ไม่บอก %ใช้ ทิชชู่ซ้อนในหน้ากาก 2 แผ่น จะเพิ่มประสิทธิภาพการกรองได้ แต่ไม่บอก %*** ห้ามนำทิชชู่ชุบน้ำเด็ดขาด

    8.กลุ่มเสี่ยงคือเด็ก คนแก่ ให้พยายามอยู่ในที่ปิด ในบ้าน ไม่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง 

    9.แนะนำปลูกพืชในแนวดิ่ง พืชไทยที่ช่วยดักจับฝุ่นได้เช่น สร้อยอินทนิล ใบระบาด ต้นตำลึง ต้นจันทร์กระจ่างฟ้า เล็บมือนาง เป็นต้น

   10.บริโภค ผักผลไม้ หลายๆสี เน้นสีเหลือง ส้ม แดงเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระVitamin C, Vitamin E, น้ำมันปลา ลดผลกระทบระบบทางเดินหายใจและหัวใจได้

    เพิ่มเติม อ่านมาจากบทความเรื่อง Detox ปอด ของ อ.ดร.กมล ไชยสิทธิ”ขมิ้นชัน” มี curcumin ช่วยลดการอักเสบในปอด “ฟักทอง แครอท มะม่วงน้ำดอกไม้สุก มะละกอสุก” อาหารที่มีสีเหลืองส้ม จะมี carotenoids ช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ของยีนส์บริเวณปอด ป้องกันมะเร็งปอด “ออริกาโน่” มีสาร carvacrol ช่วย detox ปอด”บล้อคโคลี่” มากกว่า 200 กรัมต่อวัน มีสาร sulforaphane ล้างพิษฝุ่น pm 2.5 จากปอด

    ผู้เขียนเห็นบทความนี้แล้วมีประโยชน์และน่าเชื่อถือได้ อย่างน้อยก็เป็นแหล่งข้อมูลให้เราได้ระวังเตรียมตัวให้พร้อมรับกับวิกฤตละอองฝุ่นพิษได้อย่างดี Top of FormBottom of FormBottom of Form

   หากท่านผู้อ่านมีปัญหาต้องการสอบถามรายละเอียดสามารถโทรมาสอบถามที่818-600-1877 หรือส่งอีเมลล์มาได้ lifebalanceacupuncturela@gmail.comor www.facebook.com/lifebalanceacupuncturela/

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply