ข่าวดังข่าวฮ็อทช่วงเช้าวันพุธที่ 24 ต.ค

misc

ก็คือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดทำเนียบขาวลงนามในมาตรการต่อต้านยาเสพติดโอปิโออิด (โอเปียด) และในขณะเดียวกันประธานาธิบดีทรัมป์ก็ประนามการก่อการร้าย โดยที่เจ้าหน้าที่ได้พบแพคเกจสองชิ้นที่ตกเป็นที่ต้องสงสัย เพราะสองแพคเกจดังกล่าวจ่าหน้าซองถึงอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า และประธานาธิบดีบิล คลินตัน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเคเบิ้ลทีวี ซีเอ็นเอ็น และสำนักงานของ ส.ส.หญิงเด็บบี้ วัสเซอร์แมน โชลท์ซ เดโมแครท รัฐฟลอริด้า และอดีตรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐเอริค โฮลเดอร์ สิ่งของในแพคเกจปรากฎว่าเป็น “ระเบิดแป๊บ” แล้วก็ “ผงขาว” ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งระดับรัฐและระดับรัฐบาลกลาง รวมถึงหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของซีไอเอและเอฟบีไอ กำลังรีบเร่งการสอบสวนหาแหล่งที่มาของกล่องแพคเกจดังกล่าว…. คาดว่าคงอีกไม่นานก็คงสามารถ “ปิดสำนวน” ได้อย่างแน่นอน….

       เราก็อยากจะรู้ว่าใครอาจหาญถึงปานนี้….. แต่ถ้าจะพูดถึงเกมการเมืองกันแล้ว ทางฝ่ายเดโมแครท โดยเฉพาะผู้ว่ารัฐนิวยอร์ค แอนดรูว์ คูโอโม่ เดโมแครท พูดเป็นนัยกล่าวอิงถึงการพูดจากระตุ้นของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้กลุ่มคนที่สนับสนุนทรัมป์นั้นเป็นคนส่ง “แพคเกจลึกลับ” …. และรับรองจากนี้เป็นต้นไป เราก็คงจะได้บริโภคข่าวนี้กันตลอดสัปดาห์ ….. ถ้าจะพูดกันจริงๆแล้วละก็ ส.ส.หญิงแม็กซีน วอเทอร์ส เป็นคนเริ่มก่อน เพราะเป็นคนพูดกระตุ้นให้คนเดโมแครทให้ขับไล่นักการเมืองรีพับลิกันไม่ว่าจะไปพบที่ไหนก็ตาม ผลก็ออกมาเป็นข่าวก็คือ โฆษกประจำทำเนียบขาวซาราห์ ฮัคกาบี แซนเดอร์ส ถูกโห่และขับไล่ออกจากร้านอาหาร และอีกคนคือ ส.ว.เท็ด ครู๊ซ รีพับลิกันรัฐเท็กซัส ก็ถูกโห่และไล่ออกจากร้านอาหารเหมือนกัน…. แม้กระทั่งชาวบ้านธรรมดาถ้าใครใส่หมวก “Make America Great Again – MAGA” หรือสวมเสื้อยึดสนับสนุนทรัมป์ก็จะถูกไล่ออก หรือไม่พนักงานเสิร์ฟก็จะไม่ยอมให้บริการ…. วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายนนี้ก็อย่านอนหลับทับสิทธิ์กันเนอะ… ก็ออกไป “ออกเสียง” หย่อนบัตรเลือกตั้งกัน ชอบใคร เชียร์ใคร ก็เลือกคนนั้น

         พูดถึงเรื่องยาแก้ปวดโอปิโออิด ซึ่งถือว่าเป็นยาเสพติดร้ายแรงมีคนตายทั่วประเทศปีละเป็นหมื่น ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นตัวเลขทำลายประวัติศาสตร์กันก็ว่าได้คือมีคนตายมากกว่า 72,000 คนที่ตายจากการใช้ยาเสพติดเกินขนาด (โอเวอร์โด๊ส) และในจำนวนนั้นมีมากกว่า 49,000 คนตายจากการกินยาโอปิโออิดเกินขนาด

         ขณะนี้มีคนอเมริกันนับล้านที่ติดยาประเภท opioids เช่น อ็อกซีคอนติน – OxyContin – และ เฟนทานิล – fentanyl – จนต้องทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาประกาศการติดยาโอปิโออิดนั้นเป็นวิกฤติไปแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินของสาธารณสุข จึงเปิดทำเนียบขาวทำพิธีลงนามกฎหมายฉบับหนึ่งเกี่ยวกับวิกฤติติดยาให้คนติดยาเข้าถึงการรักษาอาการติดยาเสพติดโอปิโออิด

         เมื่อต้นปีนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขได้ออกคำแนะนำสาธารณสุขบอกให้คนเรียนรู้เกี่ยวกับและพกยา naloxone ซึ่งเป็นตัวยาชนิดหนึ่งที่สามารถแก้อาการโอเวอร์โด๊สได้ ….. การระบาดของการเสพยาโอปิโออิดนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งในสหรัฐ แต่หลังจากที่มีคนเสียชีวิตจากยาตัวนี้เพิ่มจำนวนขึ้น การลงนามในกฎหมายฉบับนี้ของประธานาธิบดีอาจจะช่วยบันเทาขึ้นได้ รวมถึงการให้บริการเรียนรู้ถึงอันตรายของยาแก้ปวด โดยเฉพาะตัวยา เฟนทานิล นั้นเป็นหนึ่งในสามตัวยาที่ใช้ในการฉีดยาประหารชีวิต

         อีกเรื่องที่รัฐบาลทรัมป์กำลังปวดหัวอยู่ตอนนี้ก็คือการเสียชีวิตของคอลัมนิสต์ของวอชิงตัน โพสท์ชาวซาอุดิ อเรเบีย จามาล คาช็อคกี้ ว่าใครเป็น “คนสั่ง” ช่วงนี้ข่าวออกมาสับสนมาก บางกระแสก็ระบุว่า “ถูกหั่น” บางข่าวก็รายงานว่า “ถูกรัดคอ” ขณะพยายามหนี บางรายก็บอกว่า “ถูกซ้อม” ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ออกมาประกาศว่าจะทำโทษเจ้าหน้าที่ซาอุดิฯ ที่มีส่วนพัวพันกับการเสียชีวิตของคาช็อคกี้ รวมถึงเพิกถอนวีซ่าหมดทุกคน และกำลังมองหาทางเล่นงานซาอุดิฯ ด้วยการแซงชั่น รัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งได้เดินทางไปสอบที่ประเทศตุรกี และซาอุดิ อเรเบีย และเพิ่งกลับมาระบุว่า “งานนี้คงจะไม่จบลงแบบง่ายๆแน่” แม้กระทั่งประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังเอ่ยถึงซาอุดิ อเรเบีย โดยเรียกการอุบอิบเรื่องการตายของคาช็อคกี้ “เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของการปกปิด” เลยทีเดียว

    งานนี้ทุกคนกำลังจ้องมองไปที่เจ้าชายโมฮัมเม็ด บิน ซาลแมน ซึ่งตอนนี้ถือว่าเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุด ว่าเป็นคนสั่งหรือเปล่า? เพราะเคยออกมาพูดว่า ตนไม่รู้เรื่อง อาจเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ระดับต่ำไปทำกันเอง แต่ใครจะเชื่อในเมื่อมือสังหาร “ห้าคน” ในจำนวนนั้นเป็น “บอดี้การ์ด” ของเจ้าชายโมฮัมเม็ด บิน ซาลแมน ….. เราก็ต้องรอคอยว่า รัฐบาลซาอุดิฯ จะออกมาแถลงข่าวกันว่าอย่างไร? ซึ่งตอนนี้แต่กรมกองออกมากันสับสนมาก ….. คือก็ต้องมีการเตี๊ยมกันให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยออกมาแถลงข่าวกัน    

         เบร็ทท์ แควานอค์ จัสทิส ผู้พิพากษาศาลสูงสหรัฐ ถึงแม้ว่าจะได้นั่งบัลลังก์แล้วก็ยังรู้สึกร้อนๆอยู่เหมือนกัน ถ้าหลังจากวันที่ 6 พ.ย.นี้ ฝ่ายเดโมแครทได้คุมเสียงข้างมากทั้งสองสภาละก็…. ทางเดโมแครทอาจหาทางเปิดสำนวนสอบสวนกันใหม่แน่ หรือไม่ฝ่ายเดโมแครทอาจเปิดประเด็นให้ออกเสียง “อิมพีชถอดถอน” ผู้พิพากษาศาลสูงสหรัฐหัวอนุรักษ์นิยม ที่ยึดมั่นในตัวบทกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง…. ซึ่งขณะนี้ คณะผู้พิพากษาศาลสูงสหรัฐมีเสียงแบบ 5 ต่อ 4 คือ 5 เสียงเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม และอีกสี่เป็นเสียงของเสรีนิยม ถ้าจัสทิสแควานอค์ ถูกถอดถอน ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ต้องหาผู้พิพากษาคนใหม่มาแทน ตอนนี้ก็คงจะสนุกในคณะกรรมการตุลาการของทั้งสองสภาอย่างแน่นอน

468x60 ad on post page

Leave a Reply