รัฐบาลไทยให้ธนาคารรายงานธุรกรรม

การเงินของประชาชนและการเรียกเก็บภาษี การตรวจสอบธุรกรรมการเงินและการเรียกเก็บภาษีที่รัฐบาลไทยผลักภาระให้ธนาคารตรวจสอบธุรกรรมการเงินของทุกคนได้ ทั้งนี้เรื่องนี้มาจากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ จึงทำให้เกิดร่างกฎหมาย ที่ว่า…สถาบันการเงิน ต้องรายงานข้อมูลของบุคคลที่มี “ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ” ต่ออธิบดีกรมสรรพากร ในเดือนมีนาคม 2563 หรืออีก 2 ปี

สำหรับธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ ได้แก่

  1. บุคคลที่ได้รับฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 3,000 ครั้ง (จำนวนเงินน้อยแต่ถี่)
  2. บุคคลที่ได้รับฝากเงินหรือรับโอนรวมกันปีละ 200 ครั้ง และยอดรวม 2,000,000 บาทขึ้นไป (เงินโอนต่อครั้งมีจำนวนมาก)

– ธนาคารต้องรายงาน “ธุรกรรมเป็นลักษณะพิเศษ” ให้กับหน่วยงานดังต่อไปนี้

  1. กรมสรรพากร เพื่อติดตามภาษีจากกลุ่มที่ไม่เคยเสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบจำนวน
  2. หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและธุรกิจมืด

– บทลงโทษต่อสถาบันการเงิน

  1. กรณีไม่รายงานข้อมูล จะถูกปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน
  2. กรณีนำข้อมูลไปเปิดเผย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล

– บทลงโทษหนักขนาดนี้เชื่อว่าสถาบันการเงินต้องรายงานอย่างครบถ้วนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ

ทั้งนี้กฎหมายใหม่จะเริ่มใช้จริงในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563

ปัจจุบันนี้ยังเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มประมวลรัษฎากร หมายความว่า… รายได้รับ/โอนเงินจากวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2562 ที่เข้าเกณฑ์จะต้องถูกตรวจสอบในปี 2563 ดังนั้นทุกธุรกรรม ธนาคารจะตรวจสอบและหากใครเป็นธุรกรรมลักษณะพิเศษ ธนาคารจะแจ้งกรมสรรพกรให้จัดเก็บภาษี และแจ้งหน่วยงามที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินด้วย

เรื่องนี้ทุกคนจะต้องรับทราบเพราะมีผลกระทบโดยเฉพาะกลุ่มที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ อีกประการหนึ่งกฎหมายของแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันไป เป็นที่แน่นอนว่าคนในทุกประเทศไม่ใช่ว่าจะมีคนดีหมด หากไม่เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมาย ไม่ต้องมีระบบยุติธรรม

อย่างไรก็ตามเราเห็นว่าระบบการควบคุม“บุคคล”ก็มีความจำเป็นไม่น้อยดังเช่นในสังคมอเมริกันจะเริ่มจากการมี Social Security Number ตั้งแต่เกิดเพื่อนำไปใช้ทำธุรกิจ-ธุรกรรมต่างๆเช่นเปิดบัญชีธนาคาร,การขอกู้เงินเพื่อซื้อรถยนต์,ซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย,นำไปสมัครงานเพื่อที่ทำงานจะได้จ่ายเงินและหักภาษีจากหมายเลข SSN เป็นต้น ฯลฯ อีกทั้งจะสามารถควบคุมเงินของบุคคลผู้นั้นได้ง่ายว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรในการนำเข้า-ถอนออกจากธนาคาร

468x60 ad on post page

Leave a Reply