“ถั่งเช่า” สุดยอดยาอายุวัฒนะ

ถั่งเช่าเป็นเชื้อราที่จัดอยู่ในไฟลัม แอสโคไมซีเทส (Ascomycetes) มีความใกล้เคียงกับเห็ดซึ่งเป็นเชื้อราที่จัดอยู่ในไฟลัม เบสิดิโอไมซีเทส (Basidiomycetes) ถั่งเช่าได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เห็ดทางการแพทย์” มาเป็นเวลานานแล้ว ถั่งเช่ามีความเป็นอยู่แบบเป็นปรสิต เจริญเติบโตอยู่ในตัวหนอน หนอนที่ตายแล้วจะมีสีตั้งแต่เหลืองถึงน้ำตาล ที่ส่วนหัวมีก้านรูปร่างเหมือนกระบอง ที่มีสีตั้งแต่น้ำตาลเข้มถึงดำ ยื่นออกมามีลักษณะคล้ายต้นพืชต้นเล็กๆ มีชื่อในภาษาทิเบตว่า “ยาทซ่า กันบุ”(Yartsa Gunbu) และภาษาจีนกลางว่า “ดองชองเซี๊ยะเช่า”(Dong Chong Xia Cao) ซึ่งมีความหมายว่า ฤดูหนาวเป็นหนอนฤดูร้อนเป็นหญ้า (winter worm, summer grass) หรือที่คนไทยเรียกว่า “หญ้าหนอน”ที่มาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า ถั่งเช่า
ที่มาของถั่งเช่าในธรรมชาติจะพบบริเวณเทือกเขาหิมาลัยและบริเวณที่ราบสูงทิเบต-ชิงไห่ในฤดูหนาวตัวหนอนของผีเสื้อค้างคาวหรือผีเสื้อกะโหลก (Hepialus armoricanus: วงศ์ Hepialidae) จะเจริญเติบโตอยู่ในดินบนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ที่มีสปอร์ของเชื้อรา (Ophiocordyceps sinensis) กระจายอยู่ทั่วไป เมื่อสปอร์ของเชื้อราสัมผัสกับตัวหนอน เชื้อราจะสามารถสร้างเส้นใยแทงเข้าไปในตัวหนอน หรืออาจเข้าสู่ตัวหนอนโดยเข้าไปกับอาหารที่หนอนกินเข้าไป จากนั้นก็จะเจริญเติบโตสร้างเส้นใยภายในตัวหนอนโดยใช้ของเหลวในตัวหนอนซึ่งประกอบไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และแร่ธาตุต่างๆเป็นอาหาร ตัวหนอนจะหายใจลำบากขึ้นเพราะท่อลมภายในตัวถูกพันรัดไปด้วยเส้นใย จึงหันส่วนหัวขึ้นเพื่อหาอากาศหายใจและค่อยๆตายในลักษณะตัวแข็งทื่อ เหมือนกับมัมมี่เนื่องจากภายในตัวอัดแน่นไปด้วยเส้นใยของเชื้อรา เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิค่อยๆสูงขึ้น เส้นใยภายในตัวหนอนจะรวมตัวหนาแน่นมากขึ้นก่อนที่จะแทงออกจากส่วนหัวของตัวหนอนที่ตายแล้ว ออกมาเป็นดอกแล้วแทงทะลุโผล่เหนือพื้นดิน ดูลักษณะจะคล้ายหญ้า จากนั้นเชื้อราจะสร้างสปอร์เพื่อแพร่พันธุ์ต่อไป
เราจะพบเห็นลักษณะที่เหมือนหญ้านี้ได้ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ เริ่มเข้าสู่ต้นฤดูร้อน ในช่วงปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม

ประวัติและที่มาของการเก็บถั่งเช่ามาทำยาอายุวัฒนะและสิ่งที่ทำให้ถั่งเช่ามีความพิเศษ
ถั่งเช่าถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการใช้เป็นยาบำรุงร่างกายชั้นเลิศของฮ่องเต้ และเชื้อพระวงศ์ในสมัยของราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty: 60 CE) เมื่อประมาณ 1,400 ปีมาแล้ว แต่เพิ่งถูกบันทึกอย่างเป็นทางการอยู่ในตำราแพทย์แผนจีน ถึงความเป็นยาอายุวัฒนะเมื่อประมาณ 300 ปีมานี้(จากหนังสือชื่อ Ben Cao Bei Yao ซึ่งเขียนโดย Wang Ang ในปี ค.ศ. 1694) ต่อมาในปี ค.ศ. 1878 นักพฤกษศาสตร์และนักวิทยาเชื้อราชาวอิตาลีชื่อ ปิแอร์ แอนเดรีย แซคคาโด (Pier Andrea Saccardo) เป็นผู้ที่ตั้งชื่อ ถั่งเช่าว่า คอร์ไดเซพ ไซเนนซิส (Cordyceps sinensis (Berk.) Sacc. ที่มาของชื่อนี้มาจากภาษาลาติน คำว่า cord หมายถึง ไม้กระบอง คำว่า ceps หมายถึง หัว และ sinensis หมายถึง ชาวจีน ซึ่งชื่อนี้ถูกใช้มาจนปี ค.ศ. 2007 ชื่อวิทยาศาสตร์ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นโอฟิโอคอร์ไดเซพไซเนนซิส(Ophiocordyceps sinensis)จากหลักฐานทางพันธุกรรมที่แตกต่างจากกลุ่มคอร์ไดเซพ โดยคำว่า ophio หมายถึง ความอ่อนเยาว์ หรือความเป็นหนุ่มสาว
ในประวัติของถั่งเช่าโดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงถั่งเช่า ก็จะหมายถึง ถั่งเช่าทิเบต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย
สรรพคุณของถั่งเช่าทิเบตซึ่งจัดเป็นยาบำรุงร่างกายอันดับหนึ่งของตำราแพทย์แผนจีน เพราะให้ผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคในหลายๆด้าน เช่น บำรุงตับ ไต ปอด ทำให้เลือดไหลเวียนดี มีพลังและลดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น สรรพคุณที่พิเศษนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยมีการเล่ากันว่า ในสมัยโบราณคนเลี้ยงจามรีบนที่ราบสูงทิเบตเห็นว่าตัวจามรีที่ไปกินเห็ดดอกเล็กๆที่มีลักษณะคล้ายๆ ใบหญ้า แล้วมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรค และในจามรีตัวที่มีอายุมากก็มีท่าทางกระฉับกระเฉงเหมือนเป็นตัวจามรีหนุ่ม สามารถเดินทางขึ้นภูเขาที่มีความสูงชันซึ่งมีความเบาบางของออกซิเจนได้อย่างคล่องแคล่ว คนเลี้ยงจามรีจึงได้เก็บเห็ดนี้มากินบ้าง หลังจากรับประทานแล้วพบว่ามีผลดีต่อสุขภาพ จัดเป็นยาบำรุงชั้นเลิศ หรือสมุนไพรอย่างดี จึงได้แนะนำต่อให้เพื่อนในชนเผ่าได้ทดลองรับประทาน จากนั้นก็เผยแพร่ไปยังพระ ในที่สุดก็เผยแพร่สู่พระราชวังจนออกกฏเป็นของต้องห้ามที่ใช้ได้เฉพาะในวังเท่านั้น
ที่มาของความโด่งดังของถั่งเช่าทิเบต
ถั่งเช่าทิเบตเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกครั้งแรกในหน้าหนังสือพิมพ์สำนักข่าวต่างประเทศในเดือนกันยายน ปี ค.ศ.1993 เมื่อนักวิ่งสาวลมกรดจากประเทศจีน 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นชื่อ Wang Junxia ได้ทำลายสถิติโลกในการแข่งขันกีฬาที่กรุงปักกิ่ง โดยที่โค้ชชื่อ Ma Junren ได้กล่าวว่า ที่มาของความแข็งแกร่งอันน่าทึ่งของเธอนั้นมาจากการรับประทานถั่งเช่านั่นเอง ในปีต่อมา ได้ มีการประชุมของคณะกรรมการโอลิมปิกที่เมืองโทรอนโต ประเทศแคนนาดา เพื่อหาข้อยุติว่า จะห้ามมิให้นักกีฬากินถั่งเช่าได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าห้ามไม่ได้ เพราะถั่งเช่าเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา และจากการตรวจปัสสาวะนักกีฬาที่บริโภคถั่งเช่าก็ตรวจไม่พบว่ามีสารเคมีที่ใช้เป็นยาในการกระตุ้น ดังนั้น การใช้เห็ดถั่งเช่าบำรุงร่างกายให้แก่นักกีฬานั้น ไม่ถือว่าเป็นการผิดกฎของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลแต่อย่างใด จากผลของการใช้เห็ดถั่งเช่าบำรุงร่างกายให้แก่นักกีฬา ทำให้นักกีฬามีพลังเพิ่มขึ้น และไม่ผิดกฎข้อห้ามของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลนี้ หลังจากนั้นมาถั่งเช่าก็ได้รับความนิยมกลายเป็นสินค้ายอดฮิตในหมู่นักกีฬาทุกประเภท ซึ่งจะบริโภคเพื่อเพิ่มพลังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายและเสริมสมรรถนะการทำงานของระบบอวัยวะภายใน
ในปัจจุบันความนิยมในการบริโภคถั่งเช่านี้ได้แพร่หลายเข้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้มีการนำถั่งเช่ามาผลิตเป็นอาหารเสริม ทั้งในรูปแบบเม็ดและในรูปแบบของเครื่องดื่มชูกำลัง โดยถั่งเช่านี้ยังได้รับการขนานนามว่า “ยาอายุวัฒนะ” ที่มีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพอีกด้วย

ทำไมถั่งเช่าทิเบตจึงมีราคาแพง
ถั่งเช่าทิเบตในธรรมชาติจะพบได้ในบริเวณที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,500-5,000 เมตร พบทั้งในประเทศจีน (ที่มณฑลชิงไห่ ทิเบต เสฉวน ยูนนาน และ กานซู) ภูฐาน เนปาล และอินเดีย จากระบบนิเวศที่ค่อนข้างจำกัด เช่น หายากขึ้น เก็บเกี่ยวยากขึ้น รวมถึงความต้องการที่สูงขึ้น ทำให้ปริมาณถั่งเช่าจากแหล่งธรรมชาติถูกเก็บจนปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว จนต้องมีการออกกฎหมายเพื่อป้องกันทรัพยากรที่เป็นสมุนไพรที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติเหล่านี้ขึ้น ในปี ค.ศ. 1987 แต่กฎหมายนี้ก็มีส่วนช่วยได้ไม่มาก เพราะในปีถัดมาประเทศจีนได้เริ่มยอมให้จัดถั่งเช่าในใบสั่งยา ดังนั้นถั่งเช่าในธรรมชาติจึงยังมีปริมาณที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง มีรายงานการสำรวจในปี ค.ศ. 2007 พบว่าถั่งเช่าในธรรมชาติมีปริมาณลดลงมากกว่า 90% เมื่อเทียบกับเมื่อ 25 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบันราคาถั่งเช่าสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 5 แสนบาทถึง 2 ล้านบาทขึ้นไป
จากความหายากและความเป็นเลิศในการเป็นยาอายุวัฒนะของถั่งเช่าทิเบตจากธรรมชาติ ในประเทศจีนและประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการค้นหาวิธีการเพาะเลี้ยงถั่งเช่าทิเบตเพื่อทดแทนถั่งเช่าจากธรรมชาติ จากการสำรวจในปี ค.ศ. 2002 พบว่าในประเทศจีน มีการขึ้นทะเบียนยาจากถั่งเช่าถึง 50 ชนิด และอาหารเสริมสุขภาพ 2 ชนิด และมีการจ่ายถั่งเช่าเพื่อการรักษาโรคต่างๆ ในคลินิกรักษาโรคทั่วไปในประเทศจีน โดยสายพันธุ์ถั่งเช่าที่ผลิตส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นถั่งเช่าทิเบตนั่นเอง
สารสำคัญในถั่งเช่า
1. กรดอะมิโน: เป็นสารที่มีความสำคัญพื้นฐานสำหรับสิ่งมีชีวิต
2 กรดนิวคลีอิค: เป็นองค์ประกอบในโครงสร้างของ ดีเอ็นเอ (DNA) และ อาร์เอ็นเอ (RNA)
3. กรดอินทรีย์: เป็นสารที่มีความจำเป็นในกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกาย
4. โพลีแซคคาไรด์: เป็นสารที่ช่วยในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
5. คอร์ไดซิพิน และ อะดิโนซีน: เป็นสารออกฤทธิ์หลัก
6. เออร์โกสเตอรอล คือ สารที่พบมากในผนังเซลล์ของถั่งเช่าและอาจพบในผนังเซลล์ของเชื้อรา ยีสต์ และพืชบางชนิด เมื่อได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตจะเปลี่ยนเป็นวิตามินดี 2 

สารออกฤทธิ์สำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของถั่งเช่า
ถั่งเช่าจัดเป็นยาตามตำราแพทย์แผนจีน มีรสหวาน ฤทธิ์เป็นกลางไม่ร้อน (ยาบำรุงส่วนใหญ่ เช่น โสม ตังกุย พริกไทย และ ขิง มีฤทธิ์ร้อน) มีสรรพคุณค่อนข้างหลากหลาย บำรุงตับ ไต ปอด ทำให้เลือดหยุดไหล ละลายเสมหะและอาการไอ ทำให้ร่างกายมีพลัง ช่วยลดอาการอ่อนล้า ทำให้ผู้ป่วยพื้นตัวได้เร็ว ลดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยทำให้ไตทำงานดีขึ้นในผู้ป่วยไตวายและผู้มีอาการผิดปกติของไต (State Pharmacopoeia Commission of PRC 2005) ในถั่งเช่านอกจากมีสารโพลีแซคคาไรด์ซึ่งเป็นตัวหลักที่ช่วยในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแล้ว ยังมีกรดไขมันที่มีประโยชน์ กรดอะมิโน และกรดนิวคลีอิค จากงานวิจัยพบว่าสารที่มีเฉพาะในถั่งเช่า คือ คอร์ไดซิพิน ที่ออกฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและเนื้องอกต่างๆ (จากรายงานของศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan Kettering ในสหรัฐอเมริกา) ช่วยป้องกันอันตรายจากการฉายรังสี (จึงเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องฉายรังสี) ลดน้ำตาลในเลือด (จึงเหมาะกับผู้ป่วยเป็นเบาหวาน) และสารสำคัญอีกอย่างในถั่งเช่าที่ช่วยทำลายมะเร็งต่อมลูกหมาก คือ สารเออร์โกสเตอรอล ขณะที่สาร อะดิโนซีน ช่วยละลายลิ่มเลือด ส่วน Cordycepic acid ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพลัง ไม่เหนื่อยง่าย และฟื้นตัวเร็ว (จึงเหมาะกับนักกีฬาและคนไข้หลังการผ่าตัด) มีเอนไซม์ SOD (Superoxide Dismutase) ที่จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูความแข็งแรง และลดอัตราการถูกทำลายของเซลล์ ทำให้คงความเป็นหนุ่มสาวได้นานขึ้น (Anti-aging) นอกจากนี้การทดลองในหลอดทดลองยังพบว่าถั่งเช่า สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด
นอกจากนี้ยังมีรายงานที่น่าสนใจเกี่ยวกับถั่งเช่า ในกรณีศึกษาที่แตกต่างกันคือ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียใน เมืองลอสแองเจลิส ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าถั่งเช่าช่วยลดความอ่อนล้าของนักกีฬา ทำให้นักกีฬาสามารถออกกำลังกายได้ทนทานขึ้น

468x60 ad on post page

Leave a Reply