พบกับ วินัย อุกฤษณ์ คนแต่งเพลง “นกสีเหลือง”

privacy

หลายท่านคงเคยได้ยินเพลง“นกสีเหลือง”โดยวงดนตรีคาราวาน เพลงนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 คนแต่งคือ วินัย อุกฤษณ์ หรือ “พี่เอียด” ชาวกระบี่ นักศึกษาวารสารศาสตร์ มธ. รุ่นพี่ของผมเองปัจจุบันอายุก็ราวๆ 70 ปีครับ  เมื่อผมมาถึงกระบี่ ผมก็ถือโอกาสโทร.หาอยากพบพูดคุยกันว่าเรานำคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มามอบให้กับโรงเรียนในจังหวัดภาคใต้

“พี่เอียด”ถามว่าผมพักที่ไหน เมื่อทราบพิกัด พี่เอียดก็บอกว่าจะเดินมาหาผมเอง เพราะเขาพักอยู่สำนักงานกฎหมายที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าใดนัก เรียกว่าอยู่ในเขตดาวน์ทาวน์ของกระบี่ก็น่าจะได้ เรานัดพบและคุยกันบริเวณล้อบบี้ของโรงแรมผมได้เชิญเพื่อนทำหนังสือพิมพ์ในแอล.เอ.ไปทำความรู้จักและนั่งสนทนากันประกอบด้วยคุณวัลลภา ดิเรกวัฒนะ,คุณสมเจตน์ พยัคฆ์ฤทธิ์ พวกเราก็เล่าสาเหตุที่เดินทางมากระบี่ตามโครงการมอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ให้โรงเรียนในจังหวัดภาคใต้ที่จำเป็น โดยกระบี่ได้มอบให้เป็นจังหวัดแรกที่เริ่มโครงการ(อนึ่งคุณพ่อของคุณวัลลภาคือนายดิเรก ดิเรกวัฒนะ เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2521 – 21 ก.ย.2522)

พี่เอียดเล่าให้ฟังว่าหลังกลับมาอยู่กระบี่ก็สนใจเรื่องห้องสมุด,การศึกษาและงานด้านศิลปวัฒนธรรมของพื้นเมือง ทำสวนบ้าง,มีลูก 2 คนซึ่งคนหนึ่งอยู่กับพี่เอียดที่กระบี่ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์สอนด้านดนตรีหรือศิลปะอะไรนี่ล่ะ ส่วนอีกคนกำลังทำปริญญาเอกอยู่อังกฤษ(ทำงานด้วยเรียนไปด้วย)  ภรรยาของพี่เอียดก็เป็นรุ่นพี่ผม 1 ปีที่วารสารศาสตร์ มธ. เธอคือ“อ้อ”หรือ ม.ล.วราภา เกษมศรี(อ้อ เป็น 1 ใน 3 สหายที่เขาเดินด้วยกันตลอดในระหว่างเรียน อีก 2 คนคือ จิ๋ม- ภรณี เจตสมมา และหง่าว – ยุทธนา มุกดาสนิท ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2560  สาขาศิลปะการแสดง )

ผมถือว่าพี่เอียดเป็นครู (Mentor) คนหนึ่งของผม เป็นคนสอนผมเรื่องศิลปะการวางหน้าหนังสือพิมพ์ การ Edit งานเขียนต่างๆโดยเฉพาะบทความ แถมยังกระตุ้นให้ผมเขียนเรื่องสั้นและบทกวีรวมทั้งให้ผมเข้าไปร่วมกลุ่มพระจันทร์เสี้ยวที่มีนักศึกษารุ่นก่อนผมรวมอยู่หลายคน

ทั้งนี้ตามประวัติ “พระจันทร์เสี้ยว” เริ่มต้นจากกลุ่มนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยที่สนใจด้านวรรณกรรม เมื่อ พ.ศ. 2512 อาทิ สุชาติ สวัสดิ์ศรี, วีรประวัติ วงศ์พัวพันธุ์, วิทยากร เชียงกูล, ธัญญา ผลอนันต์, นิคม รายวา, วินัย อุกฤษณ์, เธียรชัย ลาภานันท์ เป็นต้น(ที่ถึงแก่กรรมไปแล้วก็ 3 คนคือ เธียรชัย ลาภานันท์,วีรประวัติ วงศ์พัวพันธุ์ และธัญญา ผลอนันต์ ตามลำดับ) ช่วงหลังยังมี “พระจันทร์เสี้ยวการละคร”เพราะมีคนชอบละครและการแสดงเช่นคำรณ คุณะดิลก, วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ เป็นต้น

จากนั้นพี่เอียดก็กระตุ้นให้เราสนใจเรื่องการทำหนังสือด้วยการเข้ามาจัดประชุมเพื่อออกนิตยสาร“เงา”ถือเป็นนิตยสารฝึกหัดของนักศึกษาวารสารศาสตร์(ที่ไม่เป็นทางการ ไม่ใช่ทุนของคณะ ออกกันเอง) โดยมีพี่ป๋องหรือ อาจารย์พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร (เพิ่งกลับจากอเมริกาได้ไม่นาน)มาเป็นที่ปรึกษากลุ่ม เราออกนิตยสาร “เงา” ผมจำไม่ได้ว่ากี่ฉบับ ตั้งใจว่าจะออกรายเดือน จากนั้นก็เป็นรายสะดวกพรรคพวกที่มาร่วมทำด้วยก็หลายรุ่นเช่น ชีวิน (ปุ้ม)คุณาลัย,พิทักษ์(จิ๋ว )ธวัชชัยนันท์,สุรศักดิ์ (ป๋อง) แก้วพรหมมาลย์ เป็นต้น

การฝึกทำหนังสือเป็นเรื่องดีมาก ผมได้ไปสัมภาษณ์ สุชาติ สวัสดิ์ศรี บรรณาธิการ “สังคมศาสตร์ปริทรรศน์”รายเดือน มีสำนักงานเป็นเหมือนบ้านไม้ 2 ชั้นอยู่ถนนพญาไท ตรงข้ามกับจุฬาฯช่วงนั้นก็มีอาจารย์ชวลิต ปัญญาลักษณ์ เป็นผู้จัดการอยู่ด้วย,อีกคนที่ผมไปสัมภาษณ์มาลงนิตยสารเงาคือคุณอุทธรณ์ พลกุล นักหนังสือพิมพ์อาวุโสเจ้าของนามปากกา “งาแซง” อยู่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  จำได้ว่าในห้องคุณอุทธรณ์ มีคุณมานิต สุขสมจิต นั่งอยู่ด้วย

ระหว่างนั้นบางทีเราไปมั่วสุมกันที่”หอพี่เอียด”ซึ่งอยู่เจริญพาสน์ ฝั่งธนบุรีในจำนวนนั้นก็มี หงา คาราวาน (ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งวง ท.เสนและสัญจรกับแดง -วีระ สุนทรศรี) ชื่อทองเสน เป็นชื่อของหงา ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสุรชัย  เขาใช้เป็นนามปากกาของตัวเองว่า “ท.เสน เจนจัด”

ช่วงเวลานั้น หากจำไม่ผิดพี่เอียดเป็นบรรณาธิการบริหารอยู่นิตยสารรายเดือน“มหาชน”ของคุณณรงค์ เกตุทัต มีสำนักงานอยู่ในซอยตรงถนนเพชรบุรีผมจำไม่ได้ว่าซอยอะไร อยู่เยื้องตรงข้ามกับซอยกิ่งเพชร

ในวันนั้นที่กระบี่ผมถามพี่เอียดว่าเพราะการทำงานอยู่ “มหาชน”ใช่หรือไม่พี่เอียดจึงมีบทบาทเมื่อคุณณรงค์อยากออกหนังสือรายวันโดยให้พี่เอียดมาหาคนทำ  พี่เอียดยอมรับว่าใช่..ตัวเองทำไม่ได้แน่รายวัน จึงติดต่อมายังพี่ป๋อง-อาจารย์พงษ์ศักดิ์ซึ่งขณะนั้นยังทำอยู่นสพ.เดลินิวส์  เท่าที่ผมทราบเมื่อพี่ป๋องตอบตกลงก็ไปดูนสพ.ประชาธิปไตยที่สมัยก่อนมีผู้อาวุโส-อายุมากนั่งทำกันอยู่ครบทีม หากผมจำไม่ผิดสำนักงานอยู่แถวแม้นศรี  ผมคิดว่าคุณณรงค์ไปติดต่อซื้อนสพ.ประชาธิปไตยไว้ก่อนแล้วและนำเปลี่ยนโฉมใหม่

จำได้ว่ามีการระดมพรรคพวกไปทำกันหลายคนในระดับบก.บริหาร-พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ,บก.บทความ-วินัย อุกฤษณ์ รวมทั้งงานด้านศิลปะเป็นคนวางหน้าหนังสือพิมพ์ด้วย,บก.สังคม-จันทรา ชัยนาม,หัวหน้าข่าว-สำเริง คำพะอุ,วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ และยังมี บริสุทธิ์ บูรณะสัมฤทธิ,ดนัย เยาวหะรี, ผู้สื่อข่าวเท่าที่ผมจำได้ก็มี ประสาทพร ภูสุศิลป์ธร (คมทวน คันธนู),รุ่นพี่ผู้หญิงที่เรียนจบจากนิเทศศาสตร์ จุฬาฯชื่อเล่น จิ๊บ (จำชื่อจริงไม่ได้),ถวัลย์ วงศ์สุภาพและผม  ส่วนผู้สื่อข่าวอีกคนหนึ่งคือ ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ เพื่อนร่วมรุ่นวารสารศาสตร์ของประสาทพร (ตอนหลังย้ายไปเป็นผู้สื่อข่าวไทยรัฐ)เท่าที่ผมจำได้ก็มีดังนี้ ส่วนจะมีคนอื่นๆด้วยผมจำไม่ได้เพราะตอนนั้นต้นปี 2516 

เรายกขบวนออกหลังจากขัดแย้งกันเรื่องข่าวกับเจ้าของหนังสือช่วงนั้นเฮียไชยวัฒน์  ยนเปี่ยม ทราบว่าเข้าไปรับหน้าที่บก. นิตยสาร”มหาชน” ก็ตามออกมาด้วย (ในระหว่างนั้นคนที่ไม่ออกมาด้วยก็มี คุณวิรัช ทศานนท์ ส่วนคนที่มารอเป็นนักข่าวก็มี สุวัฒน์ ทองธนากุล เท่าที่ทราบเพิ่งเรียนจบเศรษฐศาสตร์ มธ.มาใหม่ๆ) หลังจากนั้นคุณณรงค์ เกตุทัต ไปติดต่อคุณสนธิ ลิ้มทองกุล มารับหน้าที่บรรณาธิการบริหาร

เมื่อออกแล้วก็แยกยายกันไป แต่พวกเราก็ยังเกาะกลุ่มอยู่ โดยมีบ้านพี่ป๋องในซอยอารีสัมพันธ์ เป็นศูนย์กลาง สำหรับวีรประวัติฯไปทำงานอยู่ The Nation, พี่เอียดชวนเราไปออกนิตยสาร”สัญญาน”ด้วยการชักชวน อุดร ทองน้อย ขณะนั้นเป็นนักข่าวไทยรัฐอยู่แล้วมาร่วมทำงานด้วย โดยมีวิทยากร เชียงกูล เป็นที่ปรึกษา สำนักงานตั้งอยู่แถวราชเทวี (ด้านหน้าโรงหนังอะไรสักชื่อผมก็จำไม่ได้)

การได้กลับมาพบกันอีกผมดีใจครับ เพราะเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทำให้การต่อสู้ของขบวนการนักศึกษามีความหวังมากขึ้น แต่มื่อเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่นักศึกษาถูกล้อมสังหารหมู่ในสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลายเป็นเรื่องความหวังที่หล่นแตกครับ

   

ที่ล้อบบี้โรงแรมเวียงทอง ถนนอุตรกิจ(จากซ้าย)ผู้เขียน,วินัย อุกฤษณ์,สมเจตน์ พยัคฆ์ฤทธิ์ บก.นสพ.เสรีชัย (แอล.เอ.)และวัลลภา ดิเรกวัฒนะ นักเขียน นสพ.เสรีชัย

ทราบว่าคุณวัลลภาจะนำไปเขียนลงในนสพ.เสรีชัยด้วยในบทสัมภาษณ์ บางตอน

ผู้เขียนถ่ายภาพกับวินัย อุกฤษณ์เก็บไว้เป็นที่ระลึก นานมากกว่า 40 ปีที่ไม่ได้พบกัน

ก่อนจากสมเจตน์ พยัคฆ์ฤทธิ์ บก.นสพ.เสรีชัยถือโอกาสถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก

อีกภาพถ่ายขณะนั่งสนทนากันบริเวณล้อบบี้โรงแรมเวียงทอง ดาวน์ทาวน์กระบี่

468x60 ad on post page

Leave a Reply