เปิดใจพ่อเด็กน้อย ในภาพข่าวผู้อพยพสะเทือนอารมณ์คนทั่วโลก

เปิดใจพ่อเด็กน้อย – เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เดลี่เมล์รายงานเบื้องหลังเด็กหญิงในภาพถ่ายที่แชร์ไปทั่วโลกและยังขึ้นปกนิตยสารไทม์ฉบับเดือนกรกฎาคม เพราะสะท้อนสถานการณ์การกีดกันและปราบปรามผู้อพยพของชาติมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาได้ถึงอารมณ์

พ่อของเด็กชาวฮอนดูรัส ที่พ่อต้องพรากจากทั้งลูกสาว และภรรยา หลังทั้งลูกและภรรยาทางเข้าอพยพเข้ามาในรัฐเท็กซัส สหรัฐ เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า ลูกน้อยอยู่กับภรรยาตนแล้ว แต่ตนยังไม่มีโอกาสได้พบหน้าลูกเมีย

นายเดนิส ฮาเบียร์ บาเรลา แฮร์นานเดซ ชาวฮอนดูรัสวัย 32 ปี เปิดใจให้สัมภาษณ์เดลีเมล์ จากบ้านของตัวเองในเมืองปูแอร์โต กอร์เตส ในประเทศฮอนดูรัสว่า มีคนมาบอกตน ว่า ภรรยาและลูกถูกจับอยู่ในค่ายกักกันคนต่างด้าวในเท็กซัส แต่ทั้งคู่ยังอยู่สุขสบายดี

แม้จะวางใจที่ได้ยินว่าทั้งสองยังโอเค แต่ทุกครั้งที่ตนดูรูปของลูกสาว ที่กำลังยืนร้องไห้ในศูนย์กักกันชาวต่างด้าว เมืองแม็กอัลเลน รัฐเท็กซัส และเป็นรูปที่ นิตยสารไทม์ นำไปขึ้นปก ก็รู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย การเป็นพ่อคนมันยากที่จะเห็นเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ และยิ่งต้องรับรู้ว่าครอบครัวตกอยู่ในอันตราย

ถึงตอนนี้ นายแฮร์นานเดซยังติดตามซานดรา ภรรยาวัย 32 ปี และ ยาเลนา ลูกสาว วัย 2 ขวบ ที่เดินทางไปยังสหรัฐไม่ได้

นายแฮร์นานเดซเล่าว่า การเดินทางไปสหรัฐเป็นแนวคิดของภรรยาตน เพื่อหาอนาคตที่ดีกว่า ซึ่งแน่นอนตนไม่สนับสนุน เพียงแต่ภรรยาแอบเดินทางโดยไม่บอกให้สมาชิกในครอบครัวคนอื่นรับรู้

“ซานดรามักจะคิดถึงเรื่องอเมริกันดรีม” นายแฮร์นานเดซกล่าว แต่หลังจากที่เห็นรูปของยาเลนา ที่ยืนร้องไห้ ที่ถ่ายโดย จอห์น มัวร์ ทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับหวังว่ารูปนี้จะช่วยให้ตนกลับมาเจอหน้าลูกสาวอีกครั้ง

“ผมไม่อยากได้เงิน สิ่งที่อยากได้ที่สุดตอนนี้คือ คำตอบจากใครก็ได้ที่จะมาบอกกับผมว่าลูกสาวผมไม่เป็นไร”

ขณะเดียวกันนายแฮร์นานเดซก็ชี้ว่าตนไม่เคยมองนโยบายด้านพรมแดนของทรัมป์ในทิศทางที่ดี อีกทั้งยังเป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนอีกด้วย และการแยกลูกออกจากครอบครัวเป็นเรื่องที่ผิด มันเป็นเรื่องเจ็บปวดร้าวลึก

หนูน้อยยาเลน่า พร้อมกับแม่

ทั้งนี้ ยาเลน่าเป็นลูกสาวคนสุดท้องของครอบครัวแฮร์นานเดซ และเป็นคนเดียวที่นางซานดราพาไปด้วย ภาพที่ปรากฏเป็นภาพข่าว ด.ญ.ยาเลนาร้องไห้จ้า เจ้าหน้าที่สหรัฐจึงให้นางซานดราปลอบลูกให้หยุดร้อง นางซานดรายังงงๆ และนั่งลงข้างๆ หนูน้อยจึงเริ่มร้องไห้อีกครั้ง จนกระทั่งท้ายที่สุดทุกอย่างก็เริ่มคลี่คลาย

กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการแยกครอบครัวออกจากเด็ก และต่อต้านนโยบายด้านพรมแดนของโดนัลด์ ทรัมป์

ต่อมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ  กลับลำยินยอมให้ผู้อพยพได้อยู่กับบุตรหลานอีกครั้ง แต่ไม่ได้แจ้งว่าจะทำอย่างไรกับเด็กที่ถูกพรากไปแล้ว นายทรัมป์กล่าวว่า ตนอยากให้นโยบายนี้มีส่วนเอื้่อให้ตนดูแข็งแกร่ง แต่กลับกลายเป็นว่าหลายคนกลับมองตนเป็นคนไร้หัวใจ

468x60 ad on post page

Leave a Reply