อสม.สิงห์บุรี ลดการตีตราผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ สร้างการยอมรับใน

Picture1

This is DHSS ฉบับวันที่ 29 กันยายน 2560

สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน กลับมาอัพเดทข่าวสุขภาพจากประเทศไทยโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกันอีกครั้ง ระบบสุขภาพภาคประชาชนซึ่งกรมสบส. ดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ  ลดปัญหาการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต โดยหนึ่งในสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตที่พบเป็นจำนวนมาก ก็คือ โรคเอดส์ หรือการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยหรือมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของชายรักชาย จะมีอัตราการติดเชื้อสูงกว่ากลุ่มรักต่างเพศ และสาเหตุรองลงมาได้แก่ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด และการติดต่อจากแม่สู่ลูกตามลำดับ ซึ่งการติดเชื้อเอชไอวี ส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจและการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม เนื่องจากสังคมยังไม่ยอมรับผู้ติดเชื้อเท่าที่ควร และในวันนี้เราก็มีประเด็นในเรื่องของผลงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในชุมชน ดีเด่นระดับชาติ ปี 2560 ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จังหวัดสิงห์บุรี มาอัพเดทให้ท่านผู้อ่านดูกัน

ในปี 2558 พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด 1 ล้าน 5 แสนราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 6,759 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยแรงงาน ช่วงอายุ 15 – 45 ปี พบมากในกลุ่มชายรักชาย กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มแรงงานข้ามชาติ กรมสบส. จึงได้ดำเนินการสร้างความเข้มแข็งในภาคประชาชนโดยการส่งเสริม สนับสนุน อสม. ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2560 นี้ มีอสม.ที่ได้รับเลือกและได้รับรางวัล อสม.ดีเด่นระดับชาติ สาขาการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ในชุมชน ได้แก่ นายชุติมันต์  โพธิยา อายุ 51 ปี ทำหน้าที่อสม.มานานกว่า 8 ปี โดยรับผิดชอบและดูแลชุมชนวัดพรหมสาคร เขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ผลของการดำเนินงาน อสม.ชุติมันต์สามารถลดการตีตราผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ สร้างการยอมรับและการมีส่วนร่วมในชุมชนให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้แก่นักเรียน เยาวชน เรือนจำและสถานพินิจ โดยเน้นหนัก 3 กลุ่มหลัก ชายรักชาย กลุ่มหญิงบริการ และกลุ่มวัยรุ่น

ทั้งนี้การดำเนินงานของอสม.ชุติมันต์ในช่วงแรกพบว่า ในชุมชนของตนนั้นมีผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อโรคเอดส์ถูกตีตรา และขับไล่ออกจากครอบครัวและชุมชน รวมถึงมีการแพร่ระบาดของโรคมากขึ้น ดังนั้นจึงมีดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์อย่างทุ่มเทและอย่างจริงจัง โดยใช้ศักยภาพการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้สามารถเข้าถึงและค้นหาผู้ติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มชายรักชาย กลุ่มหญิงบริการ และกลุ่มวัยรุ่น ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์ในชุมชนได้อย่างดี มีการสื่อสารให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค โดยถ่ายทอดความรู้เรื่อง

 

  1. โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคอนามัยเจริญพันธุ์
  2. การใช้ถุงยางอนามัย
  3. ข้อปฏิบัติในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อโรคเอดส์
  4. ยาเสพติดสู่นักเรียน เยาวชนในสถานศึกษา โรงเรียนขยายโอกาส สถานพินิจและเรือนจำในจังหวัดสิงห์บุรี

ซึ่งดำเนินงานแบบการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ได้แก่ โรงพยาบาลสิงห์บุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบลและประธานชุมชน ร่วมเป็นจิตอาสาให้ความรู้และเป็นหน่วยงานแจกจ่ายถุงยางอนามัยในชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2539

ทั้งนี้ในกลุ่มผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ ในเขตอำเภอเมืองสิงห์บุรี มีจำนวนประมาณ 640 คน กลุ่มเครือข่ายได้ดำเนินการตามแนวทาง คือเน้นให้คำปรึกษา แนะนำการใช้ยาต้านไวรัสและโรคฉวยโอกาส ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาทิ วัณโรค โรคปอดติดเชื้อ เชื้อราในสมอง เป็นต้น ซึ่งผลจากการติดตามเยี่ยมบ้าน พบว่า นักเรียนและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจและมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ถุงยางอนามัย และจากการประเมินความเสี่ยงในกลุ่มเสี่ยงผ่านกิจกรรม “ลูกปัดวัดความเสี่ยงและกล่องพลิกชีวิต” มีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมและตระหนักถึงการป้องกันมากขึ้น โดยในส่วนของผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเกิดการยอมรับในชุมชน มีการทำกิจกรรมร่วมกัน รวมถึงการสร้างความเข้าใจถึงโรคดังกล่าวว่าไม่สามารถติดต่อด้วยการสัมผัสหรือการคลุกคลีกับผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

อสม.ท่านนี้ก็เป็น อสม. อีกคนหนึ่งที่มีผลงานที่น่ายกย่อง มีการดำเนินงานที่ยากในระดับหนึ่งในการเปลี่ยนทัศนคติของผู้คน แต่ก็สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ชาวบ้านในชุมชนได้ ประชาชนท่านใดที่ยังมีมุมมองในเรื่องของการติดเชื้อโรคเอชไอวีที่ไม่ดีอยู่ ก็ขอให้ศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตีตราขับไล่ผู้ติดเชื้อ ไม่มีที่พึ่งพิง รวมไปถึงขอให้ประชาชนทุกท่านมีการป้องกันทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง สำหรับฉบับนี้ขอจบเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ฉบับหน้า สำหรับฉบับนี้สวัสดีจากปรเทศไทย

“This is DHSS”

Website :  http:// www.medicalhub.org

Facebook’s Fanpage : Medicalhub.TH

E-Mail  : this.is.dhss@gmail.com

468x60 ad on post page

Leave a Reply