ธรรมะยาใจ ฉบับที่ 853

บทความธรรมะ..ยาใจ  ข้อคิดชาวพุทธ

โดย พระครูวรสิทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธประทีป ซานฟรนซิสโก

                       “อย่าไว้ทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง”

   การเริ่มตั้งสนทนากัน เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางวันอาทิตยัที่ผ่านมา หลายฝ่ายพยายาม หาหัวข้อที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ติดตามอ่านได้นำหลักธรรมไปประพฤติปฏิบัติในขณะที่มีชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งเต็มไปด้วย ความโลภ ความโกรธ ความหลง 

     ความโลภหมายถึง อยากได้โน่นได้นี่ อยากมีเป็นโน้นเป็นนี้ อยากเป็นโน้นเป็นนี้ เป็นต้น เกินความจำเป็นในชีวิตที่มีเป็นอยู่ ดูเหมือนจะเกิดความวุ่นวายในโลกของสัมคง แกร่งแย่งชิงดี บุคคลที่มีอำนาจก็อยากจะอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด พยายามหาช่องทางเอาเปรียบคนอื่นอยู่เรื่อยไป  เรียกว่าคนหลงในอำนาจ เสพติดในอำนาจ พอชั่วครั้งชั่วคราวก็พอ

    มีเรื่องเล่าในอดีตกาลมีพ่อค้าเกวียนหมู่หนึ่ง  มีเกวียน 1,000 เล่ม การเดินทางไปตำบลหนึ่งสู่ตำบลหนึ่ง ต้องข้ามแดนไปมาลำบากมาก เป็นถิ่นธุระกันดาร กองเกวียนไปถึงไหน น้าพริกฟืนในที่นั้นก็หมดอย่างรวดเร็ว เป็นกองเกวียนใหญ่ จึงได้ว่างแผนตกลงว่า เราต้องแบ่งกองเกวียนออกเป็น 2 หมู่ๆละ500 เล่ม มีนายกองเกวียนหมู่ละ 1 คน และให้หมู่ที่ 1 เดินทางไปก่อนล่วงหน้าก่อน หมู่ที่ 2 จะออกเดินทางตามหลังในโอกาสอันควร

    เมื่อได้สนทนาวางแผนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กองเกวียนหมู่ที่ 1 เริ่มออกเดินทางไปได้ 3-4 วัน พวกนายกองได้พบกับชายผิวดำ มือถือธนู ทัดดอกโกมุท ผมเปียก นั่งรถสามล้อเปลื้อนโคลนสวนทางมา และได้สนทนาปราศรัย กันสมควรแล้ว นายกองจึงถามทางกันดารข้างหน้ามีฝนตกไหม  ตอบว่าข้างหน้าโน้นฝนตกดีมาก หญ้า น้ำ ฟืน อุดมสมบูรณ์ ท่านจงทิ้งน้ำ ฟืนและหญ้า ที่บรรทุกมาเต็มเกวียน จะได้แบ่งเบาภาระของวัว การเดินทางก็จะถึงเร็วขึ้น กล่าวแล้วก็เดินทางต่อไป

     นายกองเกวียนเข้าใจว่าเป็นความจริง จึงสั่งให้พวกเกวียนให้ทิ้งน้ำและหญ้าและฟืนที่บรรทุกมาด้วยเสีย แล้วเดินทางต่อไป ระยะวันที่ 21 ซึ่งเดินทางต่อไปก็พบกัน ดารมากขึ้น แต่ก็พยายามต่อไปจนถึงวันที่ 2-3-4-5-6-7 ก็ได้รับความเดือดร้อนมากทวีคูณ ทั้งคนในกองเกวียน ทั้งวัวต่างล้าตามๆกัน จนถึงวันที่ 8 เดินไม่ไหว ตกกลาง คืน พวกยักษ์ได้มาจับพวกนายกองเกวียนและวัวเกินแป็นอาหารจนหมดสิ้น กองเกวียน 500 เล่ม รับความพินาศวอดวายอย่างยิ่ง..

     ฝ่ายนายกองเกวียนชุดที่ 2 พอกะว่าชุดที่ 1 คงเดินทางไปไกลแล้ว จึงสั่งให้ยกกองเกวียนเตรียมเสบียงอาหาร พอเดินทางไป 2–3 วัน ก็ได้พบกับชายผิวดำถือธนู ทัดดอกโกมุท นุ่งหน้าเปียก นั่งรถคันงามมีล้อเปื้อนโคลนสวนทางมา ได้สนทนากันและถามหนทางไปข้างหน้า ชายคนดังกล่าวบอกให้ทิ้งน้ำหญ้าฟืนที่เตรียมไว้ดุจเกวียนชุดก่อน แต่นายกองชุดที่ 2 เป็นคนฉลาดรอบคอบ พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ควรจะเชื่อถือ พอชายผ่านไป นายกองผู้ฉลาดจึงประกาศแก่กองเกวียนว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางไจคน จะจนใจเอง “ชายผู้นั้นไม่ใช่ญาติมิตรของพวกเรา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เราจะเชื่อเถือได้เอย่างไร จงอย่าทิ้งเสบียงเดินทางเป็นอันขาด พยายามเดินทางต่อไปตามลำดับ

     จนกระทั่งเวลาผ่านไป 2–3วัน ความลำบากมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เดินทางไปเรื่อย ๆ พอเดินทางมาได้  3-4-5-6-7  ยิ่งกันดารมากขึ้น พอลุถึงวันที่ 7 ได้เห็นกระดูกพวกนายกองเกวียน กระดูกวัวและเกวียนทั้ง 500 เล่ม จอดเรียงรางกันอยู่ นายกองเกวียนทราบแล้วว่า กองเกวียนชุดก่อนถึงความพินาศเพราะความโง่เขลา จึงกล่าวแก่พวกนายกองเกวียนว่า ท่านทั้งหลายจงพากันทิ้งของค่ามีน้อย ที่อยู่ในกองเกวียนของตน แล้วขนเอานสิ่งของมีค่ามากในกองเกวียนนี้เ บรรจุเกวียนของตน แล้วออกเดินทางต่อไป อย่าพักแรมที่นี้ พวกกองเกวียนทำตามคำสั่ง นายกองเกวียนพาพวกกองเกวียน 500 เล่ม เดินทางไปต่อไปจนถึงจุดหมายปลายทางด้วยความสวัสดี

      บทความนี้เป็นการเตือนสติ อย่าไปเชื่อคนง่าย เพราะว่าบางคนมีจิตคิดอกุศลมักจะพูดหวาน  คนพาลมักจะพูดเพราะ

     อย่าได้ใจเบา หูเบา.. อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน  

     ท่านจะใม่ได้เดือดร้อนในภายหลัง..

 

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply