หนังสือพิมพ์ไทยในลอส แอนเจลิส

privacy

จากยุคเริ่มต้นปี 1970 ถึงค.ศ. 2011 (1)

บทความนี้ผมเขียนขึ้นในช่วงที่ท่านดำรง ใคร่ครวญ เป็นกงสุลใหญ่L.A.ท่านเป็นนักประวัติศาสตร์จึงต้องการให้ชุมชนไทยในแอล.เอ. ได้จัดทำบันทึกไว้ในแต่ละด้าน  ผมรับงานด้านสื่อสารมวลชนมา ขียนรายงาน ปัจจุบัน(2017)ท่านดำรงเป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียผมจะตัดลงเป็นตอนๆจนกว่าจะจบ สำหรับเอกสารอ้างอิงจะอ้างไว้ตอนท้ายของบทความนะครับ บทความนี้ไม่สมบูรณ์แน่นอน จะต้องมีการชำระทางประวัติศาสตร์ตามมา

เมื่อพูดถึงสื่อสารมวลชน ให้หมายถึงเครื่องมือการสื่อสารที่นำสารไปยังผู้คนได้จำนวนมากโดยไม่อาจคาดหมายปริมาณได้ เครื่องมือเหล่านั้นประกอบด้วยสื่อสิ่งพิมพ์,สื่อวิทยุกระจายเสียงและ

สื่อวิทยุโทรทัศน์  ปัจจุบันมีเทคโนโลยี่สมัยใหม่เข้ามาทั้งอินเตอร์เน็ต,การสื่อสารในกลุ่มสังคมที่เรียกว่าSocial Mediaอาทิเช่นทวิตเตอร์,เฟซบุ้ค LINEฯลฯ

            การเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของสื่อสารมวลชนไทยในลอส แอนเจลิส มีลักษณะเหมือนกับสื่อสารมวลชนทั่วไปนั่นคือการเกิดเติบโต,การขยายตัวของชุมชนและของสังคมในทุกด้านทุกทาง ทำให้ผู้คนต้องการ”ข่าวสาร”ในปริมณฑลที่กว้างไกลและสามารถสนองตอบต่อความต้องการของตนได้

ศึกษาการเกิดขึ้นของหนังสือพิมพ์ในสหรัฐ

            ก่อนที่จะพูดถึงสื่อสารมวลชนไทยในแอล.เอ. อยากจะย้อนกลับไปศึกษาการเกิดขึ้นของหนังสือพิมพ์สหรัฐยุคแรกพอสังเขป กล่าวคือในยุคแรกหนังสือพิมพ์สหรัฐเกิดขึ้นที่เมืองบอสตันปลายค.ศ. 1600 ต่อ ค.ศ.1700 (ช่วงพ.ศ.2243) ข่าวที่นำเสนอคือการเข้า-ออกของเรือสินค้า,ข่าวพิธีกรรมทางศาสนา,ข่าวมรณกรรม,ข่าวการแต่งตั้งเจ้านายระดับต่างๆมาปกครองนิคม,รายงานข่าวอากาศ,ข่าวอินเดียนพื้นเมืองบุกโจมตีคนผิวขาวผู้เข้ามาตั้งรกรากในสหรัฐ,ข่าวโจรสลัด,คำพิพากษาของศาลและข่าวอาชญากรรมทั่วไป

            ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 1721 เจมส์ แฟรงกลิน ได้ออกหนังสือพิมพ์ของคนอเมริกันเองให้ชื่อว่า The New-England Courant  เป็นลักษณะของหนังสือพิมพ์การเมืองมีบทความ,บทวิจารณ์และโจมตีการทำงานของผู้ปกครองตลอดจนการรายงานข่าวทั่วไป

            เช่นเดียวกับการเกิดขึ้นของหนังสือพิมพ์ในรัฐแคลิฟอร์เนียช่วงต้นทศวรรษ 1800 เพราะความต้องการข่าวสารของผู้อพยพเข้ามาตั้งรกรากใหม่ในรัฐนี้ แต่หนังสือพิมพ์ในรัฐแคลิฟอร์เนียเฟื่องฟูมากในช่วงปี 1848 (พ.ศ.2391)อันเป็นปีที่มีการค้นพบทองคำในเขต Coloma, California (ย่านซาน ฟรานซิสโก) หรือที่เรียกกันว่ายุคตื่นทอง(Gold Rush) ผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามาขุดทองมากทำให้ธุรกิจการค้า,ความต้องการที่อยู่อาศัยและการบริการต่างๆขยายตัวมากขึ้น หนังสือพิมพ์จึงเข้ามามีบทบาทในการรายงานข่าวเพิ่มขึ้นตามความต้องการและการขยายตัวของสังคม

            การเกิดและเติบโตของสื่อสารมวลชนไทยในแอล.เอ.ก็เช่นเดียวกับสื่อสารมวลชนอเมริกันยุคบุกเบิกคือเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของชุมชนไทย

เกิดขึ้นเพื่อสนองความต้องการของชุมชน

            อาจมีผู้ตั้งข้องสงสัยว่า สหรัฐมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีข่าวสารสูงสุดมีทั้งหนังสือพิมพ์,วิทยุ,โทรทัศน์,อินเตอร์เน็ตออกติดต่อกันไม่ขาดสาย ทำไมจึงยังมีสื่อสารมวลชนไทยอีก คำตอบก็น่าจะมาจากสื่อสารมวลชนไทยสามารถตอบสนองความต้องการของคนไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐได้มากกว่า ทั้งยังมากกว่าหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่นำมาจำหน่ายจากประเทศไทย ทั้งนี้เป็นหลักการอย่างหนึ่งว่า คนเราย่อมสนใจสิ่งใกล้ตัวมากกว่า

            ตัวอย่างเช่นในแอล.เอ.มีหนังสือพิมพ์ลอส แอนเจลิส ไทมส์เป็นหนังสือพิมพ์ใหญ่และถือเป็นหลัก แต่ก็ยังมีหนังสือพิมพ์ระดับเมืองและชุมชนที่ออกตีพิมพ์เพื่อสนองตอบความต้องการของชุมชนนั้นๆอาทิเช่นในเขตซาน เฟอร์นันโด แวลเลย์จะมีหนังสือพิมพ์ Los Angeles Daily News เสนอข่าวของชุมชนตั้งแต่เมืองเกลนเดลขึ้นไปถึงเมืองแวนนายส์ หรือทางใต้ก็จะมีหนังสือพิมพ์ Long Beach Press-Telegram, Daily Breeze ทางตะวันออกมี Pasadena Star-News ,Whittier Daily News หรือทางด้านซาน เบอร์นาดิโนมีหนังสือพิมพ์ Inland Valley Daily Bulletin,The Press-Enterprise,Redlands Daily Facts และ San Bernardino Sun เป็นต้น

            หนังสือพิมพ์เหล่านี้เป็นลักษณะของหนังสือพิมพ์ชุมชน(Community Newspaper)ที่แอล.เอ.ไทมส์ไม่อาจสนองความต้องการของชุมชนเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึง

หนังสือพิมพ์ไทยในแอล.เอ.ยุค 1970

            คนไทยเดินทางเข้ามาปักหลักในเขตแคลิฟอร์เนียภาคใต้ช่วงปลายทศวรรษ 1950 ต่อต้นทศวรรษ 1960 อาศัยกระจายอยู่ทั้งในแอล.เอ.,ลองบีช,ลีนวู้ด จากนั้นค่อยพัฒนาและเติบโตขึ้นกระจายไปหลายเมืองในเขตรอบแอล.เอ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตนอร์ธ ฮอลลีวู้ด หลังจากมีการก่อตั้งวัดไทยแอล.เอ.ขึ้นมา คนไทยก็เข้าไปซื้อบ้านอยู่อาศัยรวมตัวกันเป็นลักษณะของ”กระจุก”หนาแน่นมากขึ้น

            หนังสือพิมพ์ไทยฉบับแรกมีชื่อว่า “ไทยโพ้นทะเล” เริ่มพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1970  มีนายนิคม สีห์สุรัตน์ เป็นบรรณาธิการ ทีมงานก่อตั้งยุคบุกเบิกประกอบด้วย นายไตรรัตน์ สุนทรประภัทสร์,นายนพพร สุวรรณพานิช,นายราชันย์ ฮูเซน,นายจารึก จินตกวีวัฒน์,นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ,นายมนตรี ตันทวิรัตน์,นายมงคล วุฒิสิงห์ชัย,นายนรนิติ เศรษฐบุตร,นายอนันต์ ทวีชัยธนสุนทร,น.ส.เสาวรส ทองเจิม,นายชวพจน์ ถุงสุวรรณ,นายสานิต อินทรโยธาและนายพีรพล บำรุงชีพ เป็นต้น

            “ไทยโพ้นทะเล”พิมพ์ออกเป็นรายเดือนรูปแบบแม็กกาซีน โดยใช้เครื่องโรเนียวพิมพ์ ออกมาได้ระยะหนึ่งหนังสือพิมพ์เริ่มซวนเซ  ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นหนังสือชื่อ”ไกลรัฐ”โดยมีนายพูนศักดิ์ ซอโสตถิกุล เป็นผู้ออกทุนให้จัดทำ  แต่ออกมาได้ไม่นานก็ต้องหยุดไป

            เมื่อปี 1973 นายกิตติรัตน์ สิวายะวิโรจน์ ซึ่งเคยร่วมทีมงานกับนสพ. “ไทยโพ้นทะเล”แยกตัวออกมาตั้งนสพ. “สารไทย” โดยมีทีมงานประกอบด้วยนายจักร พูลศิริและนายพัฒน์ สุนทรเกศ มีการยกระดับวงการหนังสือพิมพ์ในสหรัฐขึ้นมา จัดพิมพ์เป็นแบบแทบลอยด์หรือครึ่งหนึ่งของขนาดหนังสือพิมพ์มาตรฐาน นำเสนอข่าวสารและสาระต่างๆรวมทั้งการลงแจ้งความโฆษณา ตลอดจนจ่ายเงินเดือนแก่ผู้ร่วมงาน

            ต่อมาปี 1974 นายจักร พูลศิริ ได้แยกตัวออกมาตั้งนสพ. “เอกภาพ”ทำให้ “สารไทย”ต้องหยุดตัวไปโดยปริยายเพราะสต๊าฟงานส่วนใหญ่ของ “สารไทย”มาอยู่กับ “เอกภาพ”  พร้อมกันนี้ก็มีทีมงานเสริมเข้ามาอีกอาทิเช่นนายเสถียร แก้ววิเชียร(ลัทธพิพัฒน์),นายจรรยา เปรมปรีด์,นายบุรินทร์ คำกองแก้ว,นายสุธรรม เลิศวิชชุหัตถ์ เป็นต้น

            จากนั้นเพิ่มทีมงานเข้ามาอาทิเช่น นายชัชวาลย์ ศิริยานนท์,นายวินัย นิ่มนวลรัตน์และนายไชยวัฒน์ ภักตร์นิลรัตน์ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยกระดับวงการหนังสือพิมพ์ไทยในแอล.เอ.ขึ้นอีก ด้วยการออกเดือนละ 2 ฉบับ มีการออกหาโฆษณา แจ้งความทำเป็นธุรกิจมากขึ้น ต่อมา “เอกภาพ”หยุดตัวลงอย่างกระทันหันเมื่อนายจักร พูลศิริ หัวเรือสำคัญของหนังสือพิมพ์เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

หนงสือพิมพ์ The New-England Courantเป็นนสพ.ฉบับแรกของคนอเมริกันเมื่อมาตั้งรกรากดินแดนใหม่ในอมริกา

ยุคตื่นทองปี1848 จนไปรษณีย์สหรัฐจัดทำแสตมป์ที่ระลึกราคา 33 เซ็นต์ออกใช้-จำหน่าย

หนังสือพิมพ์ของแคลิฟอร์เนียออกในยุคตื่นทองปี1848-1849 มีการประกาศจ้างงานทั่วไปเช่นพยาบาลทั้งบุรุษและสตรีเดือนละ $100พร้อมที่พัก,ครู,วิศวกร,ผู้ใช้แรงงานฯลฯ

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply