กรมสบส. ขอให้สถานพยาบาลยึดหลักเกณฑ์ “8 ห้าม 3 มี 3 ขอ” ตามพรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558

Picture1

This is DHSS ฉบับวันที่ 5 พฤษภาคม 2560

สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน กลับมาอัพเดทข่าวสุขภาพจากประเทศไทยโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกันอีกครั้ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้เสนอข่าวในเรื่องของการกระทำผิดกรณีการลักลอบขนอสุจิข้ามประเทศ ซึ่งกรมสบส. เป็นกังวลและไม่นิ่งนอนใจ นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่สำรวจคลินิกเอกชนในกรุงเทพมหานคร ตรวจสอบมาตรฐานสถานพยาบาลที่ให้บริการเกี่ยวกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ และขอให้สถานพยาบาลทุกแห่งยึดหลักเกณฑ์ของพรราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ด้วยหลักการง่ายๆ 14 ข้อ คือ “8 ห้าม 3 มี 3 ขอ”

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานคลินิกเอกชนในกรุงเทพมหานครที่ให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพรราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 โดยขอให้สถานพยาบาลทุกแห่งที่ให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด 70 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินการให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์โดยยึดหลักเกณฑ์ของพรราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 ด้วยหลักการง่ายๆ 14 ข้อ คือ “8 ห้าม 3 มี 3 ขอ” ประกอบด้วย

  1. “8 ห้าม” ได้แก่

1) ห้ามเลือกเพศ

2) ห้ามซื้อ ขาย นำเข้า ส่งออก ไข่/อสุจิ/ตัวอ่อน

3) ห้ามรับจ้างตั้งครรภ์แทน

4) ห้ามโฆษณา

5) ห้ามโคลนนิ่ง

6) ห้ามมีคนกลางหรือเอเจนซี่

7) ห้ามคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติทั้งคู่ แต่หากคู่สมรสชาวต่างชาติต้องการคำปรึกษา หรือรับบริการเทคโนโลยีฯ เช่น การทำกิ๊ฟท์ (GIFT) ทำซิฟท์ (ZIFT) ผสมเทียม (IUI) ก็สามารถทำได้ ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย

8) ห้ามปฏิเสธการรับเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน

  1. “3 มี” ได้แก่

1) สถานพยาบาลที่ให้บริการเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ได้มีการรับรองมาตรฐานตามกฎหมาย

2) มีแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา

3) มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

 

  1. “3 ขอ” ได้แก่

1) ต้องขออนุญาตเปิดเป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายกับกรมสบส.

2) ขออนุญาตให้มีการตั้งครรภ์แทนเป็นรายคู่จากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.) ซึ่งอนุญาตเฉพาะคู่สมรสไทยที่สมรสถูกต้องตามกฎหมาย หรือคนไทยที่สมรสกับต่างชาติและจดทะเบียนสมรสมาแล้วอย่างน้อย 3 ปีเท่านั้น

3) ขออนุญาตให้มีการวิจัยตัวอ่อนที่เหลือใช้จากการบำบัดรักษาภาวะมีบุตรยากของสามี และภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมายจาก กคทพ. ทุกครั้ง

อย่างไรก็ตามสถานพยาบาลเอกชนของประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแพทย์ผู้มีความสามารถและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้อัตราความสำเร็จจากการรับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ค่อนข้างสูง ชาวต่างประเทศให้การยอมรับและเดินทางเข้ามารับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ของประเทศไทยค่อนข้างมาก ดังนั้นกรมสบส. ก็จะดำเนินการส่งเสริม ควบคุม กำกับให้เกิดคุณภาพมาตรฐานให้เป็นที่ยอมรับและเร่งประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทุกภาคส่วนรับทราบต่อไปต่อไป สำหรับฉบับนี้ขอจบเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ฉบับหน้า สำหรับฉบับนี้สวัสดีจากปรเทศไทย

“This is DHSS”

Website :  http:// www.medicalhub.org

Facebook’s Fanpage : Medicalhub.TH

E-Mail  : this.is.dhss@gmail.com

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply