“ObamaCare”

misc

“…. การศีกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติและคุณธรรมของบุคคล สังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนล้วนพอเหมาะ กันทุกๆ ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นก็มีจะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด…. การที่อุตส่าห์เล่าเรียนด้วยความหมั่นขยันมาโดยตลอดนั้น แท้จริงคือการสร้างรากฐานและดำเนินให้ดีต่อไปจนถึงที่สุด อย่ายอมย่อหย่อน ชีวิตจักได้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง และสามารถดำรงตนให้เป็นหลักเป็นที่อาศัยของส่วนรวมได้  ในวันข้างหน้า….”

         พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ ณ ศาลาดุสิตาลัย พระราชวังดุสิต วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2524 …. จากหนังสืออนุสรณ์ พระบรมราโชวาท น้อมนำราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุขศานต์

 

         เรื่องราวเบ็ดเตล็ดทั้งแหล่ไม่มีวันสิ้นสุด เก่าไปใหม่มาสลับปรับเปลี่ยนกันอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับหน้า miscellaneous นี้เหมือนกัน ก็ผสมผสานจับเอาโน่นมาใส่นี่ไปเรื่อยๆ เอาเรื่องเก่ามาคุยกันใหม่ อย่างเช่นเรื่องกฎหมายประกันสุขภาพ The Affordable Care Act หรือที่รู้จักกันทั่วประเทศว่า “ObamaCare” ซึ่งถือว่าเป็นผลงานชินโบว์แดงชิ้นเดียวของอดีตประธานาธิบดีบารัค ฮุสเซน โอบามา ในระยะเวลาแป็นปีสองสมัยที่อยู่ในทำเนียบขาว ซึ่งทางฝ่ายรีพับลิกันพยายามยกเลิกอย่างเอาจริงเอาจังมาตั้งแต่ปี 2014 หลังจากเริ่มยกร่างและหาเสียงกันตั้งแต่ปี 2010 จนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังไม่มีเสนอการประกันสุขภาพมาแทนที่ “โอบามาแคร์” ได้ และอาจจะยังไม่เห็นมาตรการประกันสุขภาพอะไรมาแทนที่ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้

         เมื่อต้นปี ทาง จีโอพี หรือฝ่ายพรรครีพับลิกันได้เสนอมาตรการฉบับหนึ่งเพื่อจะนำมาแทนที่ “โอบามาแคร์” คือยกเอามาตราที่บังคับให้คนอเมริกันทุกคนจะต้องมีประกันสุขภาพกันทุกคน ไม่งั้นจะถูกปรับ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นให้รัฐบาลช่วยจ่ายค่าพรีเมี่ยม และคลุมการจัดหาเงินทุนให้เมดิเคด ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ครอบคลุมคนที่มีรายได้น้อย

         เรื่องโอบามาแคร์นี้ ไม่ต้องเป็นห่วงที่ทางฝ่ายเดโมแครทจะต้องปกป้องไว้แบบหัวชนฝา ทั้ง แนนซี่ เปโลซี่ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาล่าง และ ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาสูง ต่างก็ออกมารณรงค์กันเกือบทุกวันว่าจะค้านไปตลอด ไม่เฉพาะฝ่ายเดโมแครทจะค้านฝ่ายเดียว พวกรีพับลิกันฝ่ายเดียวกันบางคนก็ออกมาคัดค้านอีกด้วย ถ้าจะโหวตกันครั้งใดก็ไม่ทางผ่านออกมาได้แน่ เพราะพวกขวาสุดบอกว่าแผนประกันสุขภาพใหม่นี้ ส่วนมากแล้วก็เหมือนๆกับ “โอบามาแคร์”  ส่วนพวกเดินสายกลางก็กังวลอยู่กับตัวเลขที่ว่าคนอเมริกันหลายล้านคนจะถูกทิ้งโดยปราศจากประกันสุขภาพ พอใกล้จะถึงวันออกเสียงกัน ประธานสภา พอล ไรอั้น ส.ส.จากรัฐวิสคอนซิน พรรครีพับลิกัน ก็ยกเลิกวันออกเสียงซะ เพราะคิดแล้วถ้าออกเสียงกันแล้ว รีพับลิกันก็เป็นฝ่ายปราชัยแน่ และตั้งแต่นั้นมา ทางฝ่ายรีพับลิกันก็ต้องกลับมาเลียแผล และเริ่มเจรจาต่อรองกับกลุ่มขวาจัด ก็ยกร่างออกมาได้อีกฉบับหนึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่

         เวอร์ชั่นใหม่นี้จะให้รัฐต่างๆ ตัดสินใจกันเองว่าถ้าบริษัทประกันจำเป็นต้อง cover “ผลประโยชน์ที่มีความสำคัญและจำเป็น” (อย่างเช่นการผดุงครรค์ และบริการฉุกเฉิน เป็นต้น) ซึ่งบริการดังกล่าวนี้เป็นข้อบังคับภายใต้ “โอบามาแคร์” แล้วก็ยังให้บริษัทประกันคิดค่าพรีเมียมเพิ่มสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว “pre-existing conditions” (อย่างเช่นโรคเบาหวาน, มะเร็ง เป็นต้น) ซึ่งเรื่องนี้ ภายใต้ “โอบามาแคร์” ถือว่าผิดกฎหมาย

         ตอนนี้ชาวบ้านร้านช่องก็เกิดอาการงงงวยกันขึ้นมา มันก็เกิดเป็นปัญหาขึ้นมา เพราะในช่วงหาเสียงจะถึงย้ายเข้ามาอยู่ในทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า คนที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้วจะได้รับการคุ้มครอง…. แล้วจะทำยังไงกันดี? ประกันสุขภาพเวอร์ชันใหม่นี้จะผ่านออกมาได้หรือไม่?

         มันก็เหมือนกับเวอร์ชันแรก ถ้าจะออกเสียงโหวตกันอาจจะมีเสียง “เยส” ไม่พอก็ได้ เพราะตอนนี้ กลุ่มรีพับลิกันเดินสายกลางยังต้องการเก็บคนที่มีอาการโรคอยู่ก่อนแล้วไว้อีก – เหมือนตอนที่อดีตประธานาธิบดีโอบามาเคยหาเสียงไว้ว่า ถ้าพวกเรายังจำกันได้ว่า เราสามารถไปหาคนเก่าที่เคยรักษาเรามาช้านาน แต่พอเอาเข้าจริงๆ เราไม่สามารถไปหาหมอคนเก่าได้ ค่าประกันขึ้นอีกตรึม แถมซ้ำร้ายหมอจำนวนมากของลาออกจากโปรแกรม “โอบามาแคร์” เพราะไม่คุ้มค่า ขนาดบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ AETNA เป็นรายสุดท้ายที่ขอออกจากโปรแกรม…. งานนี้เห็นที ประธานาธิบดีทรัมป์ ยกธงขาวอย่างแน่นอน เพราะนี่ก็ผ่าน 100 วันแรกมาแล้ว เรื่องประกันสุขภาพให้คนอเมริกันมีกันทุกคนยังไม่ไปไหน เพราะว่าทางเดโมแครท “ดึงเรื่อง” โดยไม่สนใจเรื่องสุขภาพของประชาชน คิดแต่จะเอาเรื่องของเกมการเมืองเป็นหลักสำคัญมากกว่า

         นี่ถ้าอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศฮิลลารี่ คลินตัน ชนะเลือกตั้ง “โอบามาแคร์” ก็ยังไปโลด และแม้กระทั่งบัดนี้ อดีตวุฒิสมาชิกรัฐนิวยอร์คคนเดียวกันนี้ก็ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แถมยังโทษรัสเซียที่ต้องการเข้าข้างฝ่ายทรัมป์ ทำให้รัสเซียมาป่วนการเลือกตั้งจนทำให้เธอต้องพ่ายแพ้รัฐที่มีเสียง “electoral vote” แยะๆ ถึงแม้ว่าเธอจะชนะเสียงจากประชาชนกว่าสองล้านเสียงก็ตาม

         เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้มีโอกาสพูดคุยกับประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียนิดหน่อย จุดประสงค์ก็เพื่อซ่อมแซมสั้มพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ เมื่อตอนหาเสียง ทรัมป์ สัญญาที่จะฟื้นฟูความร่วมมือกับรัสเซีย แต่เรื่องมันก็เย็นชาไปไม่เป็นไปตามแผน สิ่งแรก ความจริงมันโผล่ออกมาว่า ฝ่ายข่าวกรองสหรัฐออกมาบอกว่า ทางรัสเซียไปแซกแซงการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว จึงเกิดมีการสอบสวนกันขึ้นมาว่า ทีมทรัมป์ มีส่วนเอี่ยวอยู่ด้วยหรือเปล่า? จากนั้น อีกเรื่องหนึ่งที่สหรัฐไปกล่าวโทษรัฐบาลซีเรียที่รัสเซียหนุนหลังอยู่ว่า ทิ้งระเบิดสารพิษกับประชาชนของตัวเอง และปล่อยจรวดโทมาฮ็อค 49 ลูกทำลายฐานทัพอากาศซีเรียเป็นการแก้เผ็ด ตอนนี้รู้สึกว่าความเครียดกำลังลดน้อยลง เพราะประธานาธิบดีทรัมป์บอกกับประธานาธิบดีปูตินว่าจะส่งผู้แทนสหรัฐไปร่วมฟังในสัญญาหยุดยิงที่ซีเรีย โดยมีรัสเซียเป็นแกนนำในการเจรจาหยุดยิงครั้งนี้ ซึ่งได้เริ่มไปแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผลจะออกมาหัวหรือก้อย เราก็จะรู้กันในวันสองวันนี้

468x60 ad on post page

Leave a Reply