หน้ากากแม่ครัว (Cooking mask)

f9d22f_cc8f2e14cf924e81bce857bc82576095mv2

สวัสดีปีใหม่ไทยหรือวันสงกรานต์ท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ สำหรับคนไกลบ้านคงไม่มีโอกาสได้เล่นน้ำสงกรานต์แบบไทยๆแต่ก็ยังมีคงมีโอกาสได้ไปทำบุญ ใส่บาตร ก่อพระเจดีย์ทรายจำลองตามวัดไทยในอเมริกาหลายๆแห่งที่จัดเตรียมกิจกรรมเอาไว้ให้ พอทำให้หายคิดถึงเมืองไทยได้บ้าง  

     หากใครได้มีโอกาสติดตามชมรายการหน้ากากนักร้องที่กำลังฮิตติดกระแสถล่มทะลายอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ โดยเฉพาะหน้ากากทุเรียน ผู้เขียนเองก็มีโอกาสได้ชมและเป็นติ่งทุเรียนอยู่ด้วยเหมือนกัน อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ผู้เขียนขออนุญาตตามกระแสความดังเสียหน่อย วันนี้จึงขอตั้งหัวข้อบทความผู้เขียนว่าหน้ากากแม่ครัวบ้างนะคะ

     หน้ากากแม่ครัวคืออะไร แต่ขอเล่าถึงแรงบันดาลใจของการเขียนบทความเกี่ยวกับสุขภาพลงตีพิมพ์ใน นสพ.เอเชี่ยนแปซิฟิก ก็เนื่องจากว่าผู้เขียนเห็นว่าคนไทยในอเมริกาหลายๆท่าน ต้องทำงานหาเงินเพื่อสร้างอนาคตให้กับตัวเองและครอบครัวพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น การทำงานหนักจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บางท่านอาจทำงานจนลืมดูแลใส่ใจกับสุขภาพของตัวเอง และต้องยอมรับว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในอเมริกาอย่างสถานะที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นสิทธิ์ต่างๆซึ่งเกี่ยวกับสุขภาพก็ย่อมต้องไม่มีเหมือนคนที่มีประกันสุขภาพหรือมีสวัสดิการของรัฐดูแล หรือแม้แต่คนที่มีประกันสุขภาพก็ใช่ว่าจะเข้าถึงแพทย์ได้ง่ายได้เหมือนกับประเทศไทย เพราะระบบการแพทย์ในสหรัฐเป็นระบบอินชัวรันส์ ต้องมีหมอประจำเป็นผู้ดูแล เจ็บป่วยทีกว่าจะนัดหมอได้เล่นไปหลายเดือน ก็ต้องไปหาเออเจ้นแคร์แก้ขัดไปก่อน กว่าจะได้เจอหมอ พอดีเดี้ยงกันเสียก่อน

     สำหรับคนที่ไม่มีอินชัวรันส์หรือประกันสุขภาพก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุกอย่างแพงหูฉี่ จะตรวจแลปเช็คเลือดเอ็กซเรย์ที หมดเนื้อหมดตัว ความจริงราคามันไม่ควรที่จะแพงเกินจริงขนาดนั้น แต่เป็นเพราะระบบอินชัวรันส์หากินบนความเจ็บป่วยของประชาชน กินกันเป็นระบบประชาชนคือผู้เดือดร้อน ผู้เขียนตระหนักดีว่าการหาหมอไม่ว่าจะเป็นแพทย์สาขาใดก็ตาม ล้วนแล้วมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย ถ้าไม่จำเป็นคงไม่มีใครอยากอาเงินที่กว่าจะหามาได้สายตัวแทบขาดเอามาให้คนอื่นใช้หรอก แต่บางครั้งเมื่อร่างกายมันถูกใช้ทำงานอย่างหนักเป็นเวลานานแถมยังไม่ได้รับการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ร่างกายพยายามจะส่งสัญญาณบอกเรามานานมากแล้ว แต่เราก็ยังคงไม่ฟังมันจนวันหนึ่งร่างกายมันประท้วงเจ้าของด้วยความเจ็บปวดจนไม่สามารถใช้มันได้อีกต่อไป เมื่อมันไม่มีทางเลือกแล้วก็จำเป็นต้องยอมควักเงินจ่าย หรือพยายามหาทางรักษาทำให้มันกลับมาใช้งานได้อย่างเดิม จะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ยอมขอให้หายทรมานเถอะ หรือในบางรายเจ็บจนจะตายแต่ต้องจ่ายเงินของยอมเจ็บต่อไป เพราะห่วงเงินมากกว่าชีวิต อันนี้ผู้เขียนเข้าใจเพราะทำงานกว่าจะได้มามันลำบาก แต่ที่ผู้เขียนไม่เข้าใจก็คือบางรายถ้าจะจ่ายเงินเพื่อรักษาชีวิตตัวเองมัน ยากกว่าการจ่ายเงินเพื่อของหรูหราฟุ่มเฟือยเช่น โทรศัพท์ไอโฟน ไอแพด กระเป๋าแบรนเนม รถหรูๆ หรือบางคนประหยัดเงินไม่หาหมอบอกว่าแพง แต่ยอมจ่ายเงินค่าเสริมสวยสักคิ้วสามมิติ ซึ่งมีราคาแพงกว่าค่าหมอเสียด้วยซ้ำ หรือจ่ายเงินนวดหน้า ทำหน้าเด้ง เป็นต้น แบบว่าชีวิตมันมีค่าน้อยกว่าของสิ่งของอีกหรือเนี่ย

    ผู้เขียนเคยสนทนากับคนไข้หลายท่านว่าขอให้ห่วงชีวิตและสุขภาพตัวเองก่อนสิ่งอื่นใดเพราะหากสังขารนี้มันไปไม่รอดแล้ว ต่อให้คุณมีเงินเป็นล้านไว้นอนกอดคุณก็ไม่มีความสุขหรอก ถ้าวันนึงคุณต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยากกินอะไรก็กินไม่ได้ เดินไปไหนก็ไม่ได้ ถึงเวลานั้นแล้ว มีกระเป๋าหลุยห์ มีรถคันหรู อยากไปเที่ยวยุโรป ก็ไม่มีปัญญาจะไป แรงจะถือก็ถือกระเป๋าก็ไม่มี มีรถหรูก็ขับไม่ได้ แต่ถ้าสุขภาพคุณแข็งแรงดี คุณก็ยังมีเรี่ยวแรงที่จะทำงานหาเงินได้ต่อ หาเงินแล้วมีโอกาสได้ใช้เงินหาความสุขให้กับตัวเองในบั้นปลายชีวิตอย่างแท้จริง ไม่ใช่หาเงินส่งให้หมอหรือโรงพยาบาลหมด หาเงินแทบตายสุดท้ายไม่มีโอกาสได้ใช้เงิน เพราะเราต้องไปอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนเงินก็ไปเป็นของคนอื่นต่อไป

    ต้องยอมรับว่าอาชีพคนไทยส่วนใหญ่ที่มาลงหลักปักฐานในสหรัฐอเมริกาก็คือการเปิดร้านอาหารไทยเป็นอาชีพหลัก ปัจจุบันก็มีอาชีพนวดแผนไทยเพิ่มขึ้นมาอีก ดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นอาชีพในต่างแดนจากการเป็นแม่ครัวในร้านอาหารไทย เพราะหางานทำได้ง่ายที่สุดไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษมากนัก การเป็นแม่ครัวเป็นอาชีพที่ต้องทำงานหนักไม่น้อย บางคนเริ่มตั้งตัวได้ก็เปลี่ยนเป็นเจ้าของร้านแทนหรือบางคนไม่อยากทำงานหนักก็เปลี่ยนไปทำงานนวดแผนไทยแทนเพราะงานสบายกว่าและได้เงินดีกว่า แต่บางท่านก็ยังคงทำงานเป็นแม่ครัวต่อเนื่องเป็นสิบๆปี นานเพียงพอที่จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพของตัวเอง

     เท่าที่ผู้เขียนได้พูดคุยกับคนไข้ที่ทำอาชีพเป็นแม่ครัวรวมถึงเพื่อนฝูงที่รู้จัก แล้วส่วนใหญ่มักมีปัญหาเรื่องสุขภาพปอด เป็นหลักการสูดดมเอาเขม่าควันน้ำมันเข้าสู่ปอดเป็นเวลานานทุกวันๆเป็นเวลาสิบๆปีคุณลองจินตนาการดูเอานะคะว่าปอดของคุณจะมีสภาพอย่างไร ถ้านึกภาพไม่ออกก็ขอให้ดูที่ผนังครัวบริเวณเตาผัด รวมถึงฮู้ดเครื่องดูดควันดูว่าเป็นคาบน้ำมันเหนียวจับอยู่หนาขนาดไหน ขนาดเครื่องดูควันยังต้องจ้างบริษัทมาทำความสะอาดล้างคราบน้ำมันเหนียวออกเป็นระยะๆ แล้วปอดของท่านหละมันไม่สามารถถอดมาล้างได้อย่างกับอะไหล่รถหรอกนะคะ ผู้เขียนไม่ได้ต้องการทำให้ท่านผู้อ่านที่ประกอบอาชีพเป็นแม่ครัวในร้านอาหารเกิดอาการกลัวจนไม่กล้าประกอบอาชีพนี้หรอกนะคะแต่ที่เขียนบทความนี้เพื่อให้ท่านตระหนักถึงภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นกับอาชีพของคุณได้ เพื่อให้คุณเตรียมรับมือและดูแลตัวเองให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าคุณยังคงต้องทำอาชีพนี้ต่อไปอีก คุณควรเริ่มป้องกันและดูแลตัวเองให้ถูกต้องเสียก่อน

     ตอนนี้ที่เมืองไทยเขากำลังฮิตรายการ หน้ากากนักร้องอยู่เพื่อให้ทันต่อกระแสที่มาแรงนี้ ผู้เขียนขอแนะนำให้ใช้หน้ากากแม่ครัว เพื่อป้องกันการสูดดมเขม่าควันน้ำมันเข้าสู่ปอดของเรา ผู้เขียนทราบดีว่ามันอาจจะไม่สะดวกนักเวลาต้องทำงาน เพราะมีคนไข้หลายท่านบอกว่ามันต้องอ่านออเดอร์ถ้ามีผ้าปิดปากก็จะพูดไม่สะดวก เพื่อความสะดวกกับเพื่อชีวิตตัวเองบางครั้งต้องยอมที่จะไม่สะดวกบ้าง แล้วหน้ากากที่ผู้เขียนเห็นว่าควรที่จะใช้ไม่ใช่หน้ากากผ้าที่มีใช้อยู่ตามโรงพยาบาลทั่วไป เพราะมันไม่เพียงพอต่อการกันกลิ่นและเขม่าควันอย่างแน่นอน ควรหาซื้ออย่างดีมีตัวกรองกลิ่นและควันจึงจะเอาอยู่ ท่านสามารถหาซื้อได้ในเวปไซด์แอมมาซอนนะคะ สำหรับคนที่มีปอดแข็งแรงอาจจะไม่มีปัญหากับการทำอาชีพพ่อครัวแม่ครัว แต่สำหรับคนที่ปอดไม่แข็งแรงแล้ว คุณจะมีอาการต่างๆมากมาย เนื่องจากเนื้อหาเกี่ยวกับอาการต่างๆของปอดนั้นมีมากมายเกินกว่าที่นำมาเขียนลงในสัปดาห์นี้ได้หมดจึงมีความจำเป็นต้องตัดตอนเนื้อหาที่เหลือไปลงฉบับหน้า ดังนั้นในสัปดาห์หน้าผู้เขียนจะแนะนำอาการต่างของผู้มีปัญหาเกี่ยวกับปอดในรูปแบบต่างๆอย่างละเอียดพร้อมทั้งข้อมูลการดูแลรักษาปอดให้แข็งแรง รวมถึงอาหารและสมุนไพรที่ควรรับประทานเพื่อบำรุงปอดให้แข็งแรงต่อไป

     จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ที่ทำให้เราไม่สามารถไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยได้ การดูแลตัวเองในเบื้องต้นให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น การสวมหน้ากากอาจสร้างความอึดอัดในระยะเริ่มแรก แต่หากผลของการสวมหน้ากากเป็นคุณต่อสุขภาพปอดของท่านอย่างมากมายนัก อย่าได้อายที่จะทำอะไรแปลกๆเพื่อรักษาสุขภาพชีวิตของเรา ปอดของเราไม่ใช่ปอดของเจ้าของร้านเราจึงต้องดูแลเอง มองดูให้ดีแล้วการสวมหน้ากากนอกจากจะป้องกันเขม่าควันน้ำมันแล้ว ยังเป็นการช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อหรือเป็นภูมิแพ้ เป็นหวัดง่าย ในกรณีของคนที่มีความอ่อนแอของการทำงานของปอดอีกด้วย ในทางกลับกันหากแม่ครัวมีอาการไอบ่อยๆ การส่วมหน้ากากจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคลงบนอาหารที่เราปรุงได้ด้วยหากเราดูแลตัวเองให้ถูกต้องแล้ว โอกาสที่จะเจ็บป่วยก็จะลดลง เป็นการลดค่าใช้จ่ายที่จะต้องไปหาหมอรักษาอาการเจ็บป่วย อาการไอเรื้อรังได้อีกด้วย

    การแบ่งปันประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ผ่านบทความในหนังสือพิมพ์นั้นเพื่อต้องการให้ท่านผู้อ่านสามารถนำความรู้ไปดูแลตัวเองและคนในครอบครัวผู้เขียนรู้สึกยินดีอย่างยิ่งหากบทความของผู้เขียนจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพของท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย และเต็มใจที่จะให้คำแนะนำและตอบคำถามท่านผู้อ่านทุกท่านที่โทรเข้ามาถามคำถามใดๆที่เกี่ยวกับบทความที่ผู้เขียนได้ตีพิมพ์ลงไปหรืออยากให้ผู้เขียนเขียนถึงบทความเรื่องใดเป็นพิเศษหากไม่เกินความสามารถของผู้เขียนแล้วหละก็ผู้เขียนจะเขียนให้อย่างแน่นอน

    หากท่านผู้อ่านมีปัญหาต้องการสอบถามรายละเอียดสามารถโทรมาสอบถามที่ 818-600-1877หรือส่งอีเมลล์มาได้ lifebalanceacupuncturela@gmail.com or www.facebook.com/lifebalanceacupuncturela/

468x60 ad on post page

Leave a Reply