งานนี้ห้ามเยี่ยมห้ามประกัน!!!

สวัสดีปีใหม่ไทยทุกคน….. ขอให้ทุกท่านพร้อมทั้งครอบครัวอันเป็นที่รักของท่านทั้งหลายทั้งปวงจงประสบแด่ความสุขความเจริญมั่งมีศรีสุขปราศจากโรคาตลอดปีใหม่มหาสงกรานต์นี้ด้วยเทอญ

         สัปดาห์แห่งการคุ้ยข่าวมาให้วิเคราะห์อ่านกันเป็นผงชูรสปรุงแต่สมองไปกับความเพลิดเพลินกับข่าวประจำสัปดาห์ที่ผ่านผ่านมา ซึ่งไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวัง เพราะมันจะมีเรื่องให้เราอ่านกันสนุกสนุกทุกสัปดาห์

         ข่าวดังประจำสัปดาห์นี้ก็ต้องยกให้เป็นอันดับหนึ่งกันเลยทีเดียว เพราะเรื่องนี้มันไม่ใช่ทำกันง่ายง่าย ต้องพวก 18 มงกุฎแบบเพียวเพียวที่สามารถกล่อมสมองมนุษย์คล้อยตามพวกมันได้ด้วยกลโกงของบริษัทขายตรง Weath Ever ซึ่งเป็นบริษัทแชร์ลูกโซ่ จนกระฉ่อนกระจายไปทั่วโลกที่บริษัทขายตรง โดยมีซินแสกำมะลอสาวทอมโชกุนเป็นแกนนำหลอกลวงให้นักเดินทางเกือบพันคนตกค้างที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังถูกมนต์กล่อมโฆษณาไปเที่ยวญี่ปุ่น 1 อาทิตย์ด้วยราคาถูกเพียงแค่ 15,000 – 20,000 บาท และล่าสุดได้รับรายงานว่าแกนนำมีชื่อว่า นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ “ซินแสโชกุน” ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ที่จังหวัดระยองเมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 12 เม.ย. หิ้วปีกขึ้นเครื่อง ฮ. มาสอบที่กองปราบ เรื่องราวขยายผลเป็นอย่างไร ติดตามข่าวในฉบับนี้ครับผม **** ไม่เฉพาะจะถูกข้อหาต่างต่างนานากระหน่ำเข้ามาแล้ว ที่หนักหนาที่สุดก็คือ อาจเจอกับ “ม.112” อีก เพราะไปประกาศให้สมาชิกแชร์ลูกโซ่รอฟังข่าวดีคนที่จะได้เข้าวัง กำลังถูกคัดชื่อส่งสำนักพระราชวังมีแขกกิตติมศักดิ์จะมาเป็นประธานเปิดงานให้ด้วย …. งานนี้ห้ามเยี่ยมห้ามประกัน!!!

         ข้อมูลที่ได้มาจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งได้พิจารณามหาวิทยาลัยเอกชนได้มีการร้องเรียนว่าจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา และมีมติให้เปิดเผยรายชื่อมหาวิทยาลัย และหลักสูตรที่มีปัญหา เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้รับทราบ เพราะถ้าเลือกเรียนแล้วอาจมีปัญหาเรื่องคุณภาพ คือ 1. มหาวิทยาลักรุงเทพธนบุรี… 2. มหาวิทยาลัยนอร์ท… 3. มหาวิทยาลัยปทุมธานี… 4. มหาวิทยาลัยพิษณุโลก… 5. มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น… 6. วิทยาลัยทองสุข… 7. วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม… 8. สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา… 9. สถาบันรัชต์ภาคย์… 10. มหาวิทยาลัยราชธานี

         พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก รับสถานการณ์ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังพบความเคลื่อนไหวพวกป่วนอยู่  ดังนั้น ม.44 จึงยังจำเป็นต้องคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุ หลังจากที่ถูกเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้มาตรา 44

         เรื่องใหม่ที่นักเลือกตั้ง นักการเมืองอาชีพอาจได้เฮกันไม่มากก็น้อยที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิด 14 รายการ ตั้งหลักเกณฑ์ให้กลุ่มอาชีพดังกล่าวสามารถ “ปกปิดข้อมูลบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน” ได้ ผู้อยู่ในข่ายรวมทั้ง “นายกรัฐมนตรี – รัฐมนตรี – ส.ส. – ส.ว. – สนช.” อ้างหากเปิดเผยบัญชีอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ไม่ปลอดภัยในทรัพย์สิน หรืออาจลุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลเกินสมควร มีทั้ง “เบอร์โทรบ้าน/มือถือ/เลขบัญชีหุ้น/หมายเลขทะเบียนรถ/วัน เดือน ปีเกิด” ทั้งของผู้อื่น และคนในครอบครัว แถมยังขอปกปิดที่อยู่/เลขที่บ้าน/อาชีพของ “ผู้ให้กู้ยืมเงิน” และ “ถาพถ่ายทรัพย์สินอื่นๆ” ของผู้ยืม…. งานนี้พวก “หัวหมอ” อาจถือโอกาสเอาเปรียบช่องโหว่และขอปกปิดในเรื่องข้อมูลบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน เพราะถือว่าเป็นเป็นหัวข้อสำคัญที่สุดในการปราบคอร์รัปชัน…. คิดกันได้ยังงัย?

         เหมือนๆกับหน่วยงานรักษากฎหมายทั่วรัฐแคลิฟอร์เนียที่สำนักงานตำรวจเมืองคัลเวอร์ซิตี้ประกาศว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอิมมิเกรชัน ขณะที่ทางสภาเทศมนตรีเมืองคัลเวอร์ซิตี้ได้ประกาศว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่เรียกว่า sanctuary city เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านชาวเมืองโดยไม่ร่วมมือกับอิมมิเกรชัน แต่เมืองก็มีนโยบายหนึ่ง และทางตำรวจก็มีอีกนโยบายหนึ่งต่างกัน ซึ่งนโยบายของตำรวจมีคู่มือถึงวิธีหยุดบุคคลต้องสงสัยว่าเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายได้อย่างไร และถือว่าเป็นความผิดอาญาไม่ร้ายแรง (misdemeanor) ภายใต้กฎหมายรัฐบาลกลาง โดยพิจารณาเอาเรื่องการพูดภาษาอังกฤษได้ไม่คล่องมาเป็นสาเหตุ และขณะนี้มีสำนักงานตำรวจทั่วรัฐอย่างน้อย 11 แห่งที่ใช้นโยบายคลุมรวมของตำรวจจาก Lexipol ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเมืองเออร์ไวน์ยกร่างนโยบายต่างๆให้กับหน่วยงานรักษากฎหมายทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย แม้กระทั่งสำนักงานตำรวจเมืองนิวยอร์ค ที่ทางเมืองประกาศว่าเป็นเมืองเพื่อนของต่างด้าวผิดกฎหมาย แต่ล่าสุด NYPD โทรศัพท์ไปบอกให้อิมมิเกรชันรู้ว่า ต่างด้าวผิดกฎหมายที่ถูกคุมขังอยู่จะออกจากคุกตำรวจเมื่อไร เพื่อให้ทางอิมมิเกรชันมารับตัวไปเนรเทศต่อไป

         แล้วเราจะทำอย่างไร เวลาถูกตำรวจบอกให้หยุดรถแล้วขอดูใบขับขี่ ถ้าเราพูดถูกพูดผิดพูดถูกแบบงูงูปลาปลามิต้องถูกขอดูกรีนคาร์ดหรอกเร๊อะ? ขนาดเดินไปซื้อไวน์ยังอ่านชื่อไวน์ไม่ถูกเลย แล้วจะไปพูดกับตำรวจ ก็ต้องเซย์ “เฮลโล๊ไทยแลนด์” อย่างแน่นอน

         วันศุกร์ที่ 14 เป็นวัน Good Friday ชาวคริทส์ทุกคนคงจะไปโบสถ์กัน และวันอาทิตย์ที่ 16 นี้เป็นวันฉลองเทศกาลอีสเตอร์ ทุกครัวเรือนที่มีเด็กก็คงจะจัดปาร์ตี้ให้พวกพวกลูกหลานมาวิ่งหา “ไข่กระต่าย” กันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่พวกพ่อแม่พี่ป้าน้าอาก็มีการฉลองกันเองเหมือนกัน และถ้าใครเป็นโฮ๊สนอกจากอาหารการกินแล้วก็ต้องมีเครื่องดื่มเตรียมไว้ให้แขกญาติพี่น้อง ซึ่งตอนนี้ไม่เบียร์แล้ว ก็มีคนหัวแบล็ค เลเบิ้ล บลู ซึ่งขวดละสองร้อยกว่าเหรียญ พวกนี้มาบ้านเราก็หิวกลับไปแน่ เอาแค่ “โกลด์” ก็เป็นการเพียงพอ สำหรับโฮ๊สคอไวน์ ก็คงจะต้องเตรียมพวกไวน์ไว้สำหรับแขกไวน์โน่ แนะนำไวน์ขาวชาร์ดอนเนย์ กับรีสลิ่ง เตรียมไว้ให้ท่านผู้หญิง ชาร์ดอนเนย์จะดราย และรีสลิ่ง จะออกในรูปแบบหวาน แอลกอฮอลน้อยกว่าชาร์ดอนเนย์ คือประมาณ 12 เปอร์เซ็นท์ หรือจะทำเท่แบบจัดปาร์ตี้ไม่เหมือนใคร ก็จัดไวน์ฝรั่งเศสซะเลย

    ไวน์ฝรั่งเศสที่ราคาพอสมควรก็มีเยอะแยะ เอาที่เป็นกลางคือ Beaujolais ซึ่งเป็นอำเภอผลิตไวน์แดงโบโชเลส์ โดยนำเอาองุ่นพันธุ์กาเมย์ – Gamay – มาทำ และเปลือกขององุ่นพันธุ์นี้มีระดับของแทนนินต่ำ และทั่วไปแล้วเป็นไวน์แดงที่มีบอดี้บางเล็กน้อย มีกรดค่อนข้างสูง และนิยมจิบกันหลังบรรจุขวดได้เพียงไม่กี่เดือน และที่ยอดนิยมที่สุดคือ Beaujolais Nouveau ซึ่งราคานั้นแพงกว่า โบโชเลส์ ธรรมดา และจะออกตลาดประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน….

    ฝึดหัดเป็นนักผจญภัยกันหน่อย ถ้าผ่านตลาด Trader Joe’s ก็เดินไปที่หิ้งไวน์ฝรั่งเศสหยิบกลับบ้านมาลองก่อนสักขวดๆหนึ่งก็อยู่ที่ประมาณ 6-7 เหรียญ น่าทดลอง ไวน์แดงนี้ผู้หญิงดื่มได้ ผู้ชายดื่มดี และเหมาะกับกระเป๋าผู้มีรายได้น้อยอีกด้วย

    ไว้คุยกัน… สวัสดีปีใหม่ไทย

468x60 ad on post page

Leave a Reply