ประท้วงเดือดทั่ว 150 เมือง อเมริกันเรียกร้อง “ผู้นำสหรัฐฯเปิดรายงานเสียภาษีให้ชัด” มหา’ลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ เละ! “รักทรัมป์-เกลียดทรัมป์ ซัดกันนัว”

 เอเจนซีส์/รอยเตอร์ – เมื่อวานนี้ (15 เม.ย.) ประชาชนอเมริกันจำนวนหลายพันคน รวมตัวใน 150 เมืองทั่วอเมริกา เรียกร้องให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยรายงานภาษีของตัวเองสู่สาธารณะ ละเมิดประเพณีที่เคยมีมาตั้งแต่ช่วงยุค 70 พบมีรายงานการถูกจับกุม 14 รายในมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ ใกล้เมืองซานฟรานซิสโก ปะทะเดือดระหว่างผู้สนับสนุนและผู้ประท้วง
       
       บีบีซีรายงานวันนี้ (16 เม.ย.) ว่า การประท้วงทั่วประเทศที่เกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 150 เมืองในสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ รวมตัวหลายพันคน แต่ในรายงานของสื่อ RT รัสเซีย ระบุว่า มีผู้รวมตัวประท้วงทั่วประเทศหลายหมื่นคน เรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานการเสียภาษีส่วนบุคคลของตัวเอง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ทำลายทำเนียมปฎิบัติของผู้นำสหรัฐฯ ทั้งหมด นับตั้งแต่ยุค 70 ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯทุกคนต้องสมัครใจในการแสดงความบริสุทธิ์เปิดเผยรายงานการเสียภาษีส่วนบุคคลให้ชาวอเมริกันรับทราบ
       
       แต่ ทรัมป์ กลายเป็นผู้นำสหรัฐฯเพียงรายเดียวที่ปฏิเสธการเปิดเผยนับตั้งแต่ในช่วงแคมเปญจ์หาเสียงเลือกตั้งปีที่ผ่านมา
       
       ในการประท้วงดังกล่าวพบมีการปะทะขึ้นระหว่างผู้สนับสนุนทรัมป์และฝ่ายคัดค้านในการจัดงานภายในมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ ไม่ห่างจากเมืองซานฟรานซิสโก โดยพบว่ามีผู้ถูกจับกุมจากเหตุความรุนแรงนี้ไม่ต่ำกว่า 14 คน แต่อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ชี้ว่าตัวเลขการจับกุมอยู่ที่ 20 ราย
       
       ทางด้านตำรวนเบิร์กเลย์ชี้ว่า ยอดผู้ถูกจับกุมอาจเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพการประท้วงแล้ว
       
       บีบีซีรายงานว่า การออกมาเคลื่อนไหวทั่วประเทศล่าสุด เกิดขึ้นในช่วงเวลาเส้นตายการยื่นเสียภาษีของพลเมืองสหรัฐฯในช่วงกลางเดือนเมษายน


       
       สื่อรัสเซีย RT รายงานว่า องค์กรผู้จัดงานที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มก้าวหน้า 70 กลุ่มออกแถลงการณ์ประเด็นจัดงานประท้วงทรัมป์ผ่านทางเว็บไซต์ว่า “ตลอดเวลาในช่วงการหาเดสียงเลือกตั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้คำสัญญากับประชาชนชาวอเมริกันว่า เขาจะยอมเปิดเผยรายงานการเสียภาษีส่วนบุคคลให้ได้รับทราบ แต่กระนั้นถึงแม้จะมีกระแสกดดันจากประชาชนอย่างหนัก ประธานาธิบดีทรัมป์กลับยังคงเพิกเฉยและปฏิเสธ ทำลายแบบขนบธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีมานานถึง 40 ปี ซึ่งชุดบริหารของเขาออกมาอ้างว่า “ประชาชนไม่สนใจเรื่องนี้”
       
       สื่ออังกฤษรายงานว่า ผู้อยู่เบื้องหลังในแนวคิดจัดเดินขบวนทั่วประเทศ คือ ศาสตราจารย์กฎหมาย เจนนิเฟอร์ เตาบ์ (Jennifer Taub) ที่มีความไม่พอใจในการออกมาแก้ตัวของที่ปรึกษาทรัมป์ เคลลิแอน คอนน์เวย์ ซี่งได้เคยกล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่เปิดเผยรายงานการเสียภาษีเป็นเพราะ “ไม่มีประชาชนอเมริกันต้องการอยากทราบในเรื่องนี้”
       
       ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เตาบ์ได้ทวีตถึง “ความจำเป็นต้องมีการเดินขบวนครั้งใหญ่ทั่วประเทศ” เพื่อแสดงให้ทรัมป์เห็นถึง “จำนวนประชาชนชาวอเมริกันที่ต้องการอยากรู้รายงานการเสียภาษีของผู้นำสหรัฐฯ”
       
       และแนวคิดนี้ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว
       
       นอกจากนี้ ในการกล่าวให้ความเห็นในเดือนมีนาคมล่าสุด ศาสตราจารย์เตาบ์ยังระบุว่า การเดินขบวนนี้ขยายออกไปไกลกว่าการแค่เรียกร้องให้มีการเปิดเผยตัวเลขการเสียภาษีของทรัมป์ไปแล้ว แต่เป็นความต้องการให้ระบบการเสียภาษีอเมริกามีความยุติธรรม เพื่อทำให้แน่ใจว่าทุกคนนั้นต้องจ่ายเท่าเทียม และใช้ทรัพย์กรของประเทศ ซึ่งก็คือ เงินภาษีของอเมริกา ในการใช้เพื่อที่ทุกคนในประเทศต้องได้รับประโยชน์
       
       RT รายงานต่อว่า ในการเดินขบวนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ไปจนถึงฝั่งตะวันตกของอเมริกา เมืองลอสแองเจลีส พบว่าเมืองนิวยอร์กและเมืองลอสแองเจลิส ทั้งสองเมืองนี้มีคนจำนวนมากเข้าร่วมอย่างน้อย 5,000 คน รอยเตอร์รายงาน
       
       โดยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีผู้ประท้วงรวมตัว 1,500 คน ถือป้ายประกาศไปยังบริเวณเดอะแคปิตอล ฮิล รัฐสภาคองเกรส ก่อนที่จะมุ่งหน้าต่อไปยังลานอนุสรณ์สถานประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น เมโมเรียล
       
       หนึ่งใน ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนียที่เข้าร่วมการประท้วงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แม็กซีน วอเตอร์ส (Maxine Waters) กล่าวให้ความเห็นว่า “ดิฉันไม่ให้การนับถือประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนนี้ ดิฉันไม่เชื่อใจเขา เพราะเขาไม่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน” และกล่าวต่อว่า “ดิฉันจะต่อสู้ในทุกทางจนกว่าเขาจะถูกถอดถอนจากตำแหน่ง”
       
       สื่อรัสเซียรายงานว่า ในขณะการประท้วงในจุดอื่นทั่วอเมริกา ไม่มีรายงานความรุนแรงปะทุ แต่ทว่าภายในมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ กลับพบว่าตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายเพื่อควบคุมฝูงชน หลังฝ่ายสนับสนุนทรัมป์และฝ่ายต่อต้านเกิดปะทะในช่วงบ่ายวันเสาร์ (15 เม.ย.)
       
       ทั้งนี้ รอยเตอร์รายงานว่า ในฝั่งของทรัมป์ กลุ่มผู้ประท้วงสนับสนุนได้จัดงานที่เรียกว่า “วันแห่งความรักชาติ” เดินขบวนเสรีภาพการแสดงออกทางความคิดเห็น และปิคนิก ซึ่งสุดสัปดาห์นี้ถือเป็นวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์
       
       รอยเตอร์รายงานว่า ภายในมหาวิทยาลัย มีผู้เข้าร่วมราว 500-1,000 ราย หนึ่งในผู้สนับสนุนทรัมป์วัย 52 ปี ดาริล เทมเปสตา (Daryl Tempesta) ให้สัมภาษณ์ว่า เขาเป็นอดีตทหารผ่านศึกกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทำงานรับใช้ชาติในช่วงใกล้ยุติยุคสงครามเย็น ต้องการเดินทางเข้าร่วมการเดินขบวนครั้งนี้เพื่อทรัมป์
       
       “ในฐานะที่เป็นทหารผ่านศึกสหรัฐฯ ยังคงต้องการให้อเมริกายังคงเดินอยู่ในทิศทางเดิมไม่เปลี่ยน และทรัมป์มีความประสงค์ต้องการยืนหยัด และประกาศว่า พวกเรายังคงเป็นอเมริกา และพวกเราจะไม่มีวันเปลี่ยนเป็นพวกคลั่งโลกาภิวัตน์ พวกเราจะไม่กลายเป็นประเทศคอมมิวนิสต์” และกล่าวต่อว่า “นั่นเป็นข้อความที่ผมยืนยัน”
       
       CNN สื่อสหรัฐฯ รายงานเพิ่มเติมว่า เหตุปะทะทำให้มีคนจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ โดยมีเลือดออก โดยภาพที่เผยแพร่บนโลกโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นถึงฝูงชนต่างพากันปาสิ่งของที่อยู่ในมือเข้าใส่กลุ่มตรงข้าม ซึ่งรอยเตอร์รายงานว่าเป็นขวดน้ำและกระป๋อง และตำรวจต้องใช้ระเบิดเครื่องควบคุมฝูงชนกับผู้ประท้วง
       
       รอยเตอร์รายงานว่า พบว่ามีคนอย่างน้อย 100 คนจากทั้งสองฝั่งเคลื่อนตัวให้ออกจากบริเวณที่จัดงานบริเวณแคมปัสมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ และเข้าสู่บริเวณทางแยกหนึ่งบนถนน และเริ่มปะทะต่อ พบเจ้าหน้าที่ถูกส่งไปควบคุมสถานการณ์บางตา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจแค่ 2-3 คนถูกพบยืนบริเวณทางข้าม
       
       เดลีเมล์ สื่ออังกฤษรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ถูกส่งเข้ามาระงับเหตุ 250 คนในช่วงบ่ายวันเสาร์ (15 เม.ย.) ซึ่งมีความรุนแรงปะทุขึ้น โดยมีผู้ประท้วงก่อเหตุในขณะนั้นราว 200 คน โดยพบว่าตำรวจเบิร์กเลย์”ด้ขอความร่วมมือจากตำรวจเมืองโอ๊กแลนด์ให้เข้าร่วมระงับเหตุ อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์แอลเอไทม์ส
       
       นอกจากผู้ถูกจับกุมแล้ว มีรายงานการปะทะว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน

ขอบคุณข่าวและภาพ โดย ผจก ออนไลน์

468x60 ad on post page

Leave a Reply