ภารกิจ ‘นายกฯม.44’ แก๊งมาเฟียต้องไม่มีในพัทยา

“พัทยา” ถือเป็นเมืองด้านการท่องเที่ยวหลักอีกแห่งหนึ่งของไทยที่สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่าแสนล้านบาท แต่ทว่าเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวแห่งนี้ อีกมุมในสายตาของคนไทยและชาวต่างชาติกลับมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีมาโดยตลอด ถูกมองว่าเป็นเมืองที่มีสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก ทั้งปัญหาอิทธิพล แก๊งมาเฟียค้าประเวณี และความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยต่างๆ เมื่อรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาก็เริ่มกวาดล้างปราบปรามจับกุม

กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแต่งตั้ง พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี ขึ้นเป็นนายกเมืองพัทยา หลังจากที่ตำแหน่งนี้ว่างเว้นขาดผู้บริหารมานานเกือบหนึ่งปี จากนี้คงต้องติดตามมองว่านายกเมืองพัทยาใหม่ป้ายแดงคนนี้ที่รัฐบาล คสช.วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่จะสะสางปัญหาของเมืองพัทยานี้อย่างไร

ตลอดเส้นทางชีวิตการทำงานรับราชการตำรวจ พล.ต.ต.อนันต์ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 (จังหวัดพื้นที่ทางภาคตะวันออก) เริ่มตั้งแต่ปี 2521 ในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองชลบุรี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจภูธร 2 ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ก่อนที่ช่วงปี 2537 จะย้ายออกนอกพื้นที่ไป และปี 2547 ได้ย้ายกลับมาในพื้นที่เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2556 จากนั้นเส้นทางของนายตำรวจผู้นี้เริ่มลงเล่นการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งรองประธานสภาเมืองพัทยาเมื่อปี 2559 ก่อนที่จะได้แต่งตั้งเป็นนายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน

พล.ต.ต.อนันต์ เปิดใจถึงทิศทางการทำงานหลังจากนี้ โดยเริ่มสะท้อนปัญหาของเมืองแห่งนี้ที่มีหลากหลาย เช่น ปัญหาขยะ น้ำเสีย การจราจร ปัญหาสังคม โสเภณี ทางแก้ปัญหาจึงต้องทำในทุกมิติ เพราะหากทำเพียงด้านเดียวคงไม่สำเร็จ แต่ยืนยันว่าจะทำให้พัทยาดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

นายกเมืองพัทยาเล่าถึงการเข้ามารับตำแหน่งด้วย ม.44 ว่า รู้ตัวก่อนที่คำสั่งจะออกเพียงไม่กี่วัน ด้วยการส่งสัญญาณจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ต้องการให้เข้ามาทำหน้าที่ เพราะพัทยาขาดผู้บริหารมานาน ซึ่งช่วงแรกยอมรับว่าหนักใจที่จะต้องเข้ามาทำหน้าที่ แต่คิดว่าเมื่อรัฐบาลให้ความไว้ใจมากขนาดนี้  ประกอบกับเคยรับราชการในพื้นที่มานานจนมองเห็นปัญหา คิดว่าจากนี้จะพยายามทำทุกอย่างให้ได้ดีที่สุด

สำหรับเรื่องการทำงานรัฐบาลไม่ได้สั่งกำชับอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องการให้พัทยาเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยตามกรอบ อาทิ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสังคม เด็กเร่ร่อน เด็กแว้น สถานบริการผิดกฎหมาย ฉะนั้นการทำงานจากนี้จะต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่กวดขันเพื่อให้ทุกอย่างในพัทยาเป็นระเบียบเรียบร้อย

ขณะที่การบริหารงานได้วางกรอบการทำงานไว้ว่า ปัญหาขยะที่มีอยู่หลายพื้นที่โดยเฉพาะชุมชนแหล่งท่องเที่ยวของพัทยา เกาะล้าน ต้องแก้ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2560 และจากที่ได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด คาดว่าการแก้ปัญหาขยะของชลบุรีจำเป็นต้องสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะขึ้น โดยนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานเชื้อเพลิง คาดว่าจะตั้งอยู่ที่บริเวณเขาไม้แก้ว ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พล.ต.ต.อนันต์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาจราจรช่วงที่ผ่านมาพัทยาได้เริ่มมาสักระยะ ตั้งแต่กวดขันวินัยจราจรให้เข้มงวด พร้อมกับมีการบังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก กำหนดพื้นที่ห้ามจอดรถหรือจุดจอดชั่วคราวสำหรับรถทั่วไปและรถเช่าริมถนน รวมถึงดูแลให้ร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์ทุกแห่งจอดรถได้ 3 คัน/ร้านเท่านั้น จากเดิมที่เคยจอดกันมากกว่า 50 คัน/ร้าน ควบคู่ไปกับการแก้ระบบวิศวกรรมจราจร ทั้งนี้จากที่ดำเนินการตามแผนที่กล่าวมาสักระยะ พบว่าปัญหาการจอดรถริมถนนในหลายเส้นของพัทยาลดลงและการจราจรเป็นไปในทางที่ดีขึ้น
ขณะที่การแก้ปัญหาการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะจากผู้ประกอบการร้านค้า ขณะนี้สั่งการให้ เทศกิจตรวจสอบและเร่งนำพื้นที่เหล่านั้นกลับคืนมา

สำหรับปัญหาใหญ่ของเมืองพัทยาอย่างโสเภณี มาเฟีย ธุรกิจสีเทา พล.ต.ต.อนันต์ ระบุว่า ปัญหามาเฟียขณะนี้ในพื้นที่เท่าที่ทราบข้อมูลจากทางตำรวจจำนวนของแก๊งมาเฟียต่างชาติกลุ่มต่างๆ เช่น แก๊งรัสเซีย แก๊งเยอรมันกลุ่มแขก ที่อดีตมักก่อปัญหาอาชญากรรมขณะนี้หมดแล้ว และคิดว่าเรื่องอิทธิพลกลุ่มแก๊งเหล่านี้ไม่ควรมีอยู่ในพื้นที่

ขณะที่ปัญหาสถานบริการที่ผ่านมาได้พยายามจัดระเบียบให้นำเข้าสู่ระบบ ซึ่งต้องขอให้เข้าใจว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดในช่วงไม่กี่วัน แต่เกิดขึ้นมานานแล้วจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองพัทยา แต่ถึงอย่างไรขอสัญญาว่าเมื่อเข้ามารับตำแหน่งนี้ สิ่งผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรมในพัทยาต้องถูกควบคุมให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย

ถ้าถามว่ายุคที่ดำรงตำแหน่งนี้ต้องทำให้โสเภณีในเมืองพัทยาหมดไปหรือไม่ ยอมรับว่าคงพูดเช่นนั้นไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีเฉพาะที่พัทยาแต่มีทั่วโลกมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่มีปัญหาโสเภณี หากพบโชว์ลามกต้องจับโดยยึดตามกรอบกฎหมาย และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมอยู่ตลอด แต่ที่ยังเห็นว่ามีลักลอบเปิดอยู่ได้นั้น ก็เพราะการแก้ปัญหานี้เปรียบเสมือนคล้ายแมววิ่งไล่จับหนู

เมื่อถามว่าจะจัดการกับปัญหาที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้อย่างไร พล.ต.ต.อนันต์ อธิบายว่า จากประสบการณ์ที่รับราชการตำรวจมานาน มองว่าเจ้าหน้าที่มีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นความประพฤติของแต่ละบุคคล ซึ่งการควบคุมความประพฤติของแต่ละบุคคลต้องใช้คุณธรรรม จริยธรรม เป็นตัวแก้ เพราะการที่จะควบคุมทุกคนให้ปฏิบัติตามคำสั่งอยู่ตลอดเวลานั้นคงทำไม่ได้

“การทำงานต่อจากนี้จะพยายามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ให้ทราบถึงนโยบายการทำงานส่วนตัวว่าควรเป็นอย่างไร รวมถึงขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทำในสิ่งที่ควรยึดหลักอยู่ในกฎระเบียบวินัย กรอบของกฎหมาย จริยธรรมอันดี และความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเชื่อว่าข้าราชการเมืองพัทยาเกือบทั้งหมดเป็นผู้ที่มีความรู้และตั้งใจทำงาน เพียงแต่จะต้องอธิบายเพื่อทำให้ทุกคนเดินไปถึงจุดหมายที่ต้องการร่วมกัน”

พล.ต.ต.อนันต์ ทิ้งท้ายว่า การเข้ามาแม้จะมีระยะเวลาทำงานไม่มาก เพราะหลังจากที่มีการเลือกตั้งก็ต้องพ้นจากหน้าที่ แต่ช่วงระยะเวลาที่มีอยู่ จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในทุกๆ ด้านด้วยความตั้งใจ เพราะเมื่อได้รับความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีให้มาดำรงตำแหน่งนี้ จึงเป็นสิ่งที่ค้ำคอว่าต้องทำให้ดี ฉะนั้นขอยืนยันว่าส่วนตัวจะทำหน้าที่นี้ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมา
 
 
ขอบคุณข่าวโดย  posttoday
โดย…วิรวินท์ ศรีโหมด
468x60 ad on post page

Leave a Reply