การประชุมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาศักยภาพองค์กร/หน่วยงานในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติทางการแพทย์”

Picture1

This is DHSS ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2560

 สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน กลับมาอัพเดทข่าวสุขภาพจากประเทศไทยโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกันอีกครั้ง

บทความฉบับที่ผ่านๆมาของเราได้มีการอัพเดทข่าวเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ไปมากมาย โดยการดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (พ.ศ. 2560-2569) แบ่งออกเป็น 4 ผลผลิตหลัก คือ 1)  ศูนย์กลางบริการเพื่ อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub) 2) ศูนย์กลางบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) 3)  ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) และ 4) ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product  Hub) ซึ่งส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะเป็นการอัพเดทในเรื่องของศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub) เช่น พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา/นวดต่างๆ และศูนย์กลางบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) เช่น โครงการบริการทางการแพทย์เพื่อรองรับชาวต่างชาติต่างๆ ฉะนั้นในวันนี้เรามีข่าวเกี่ยวกับการดำเนินงานภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่ 3) ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) มาอัพเดทกัน ได้แก่ การชี้แจงบทบาทการสนับสนุนการจัดประชุมวิชาการนานาชาติทางการแพทย์และแนวทางการเข้าร่วมประมูลงานและการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนานาชาติในประเทศไทย โดยการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พัฒนาศักยภาพองค์กร/หน่วยงานในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติทางการแพทย์”วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องประชุมไมดาสบอลรูม โรงแรมไมด้า แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ณ ห้องประชุมไมดาสบอลรูม โรงแรมไมด้า แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร กรมสบส. ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สสปน. ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พัฒนาศักยภาพองค์กร/หน่วยงานในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติทางการแพทย์” โดยมีนายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสบส. เป็นประธานเปิดการประชุม มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 100 คน จากสถาบันการศึกษา ราชวิทยาลัย สมาคม สภาวิชาชีพ รวมไปถึงสถานพยาบาล และมีวิทยากรจาก สสปน. ร่วมบรรยายให้ความรู้ในเรื่องของทิศทางการจัดประชุมนานาชาติในประเทศไทย/แนวทางการสนับสนุนการจัดประชุมนานาชาติในยุคไทยแลนด์ 4.0 และการเข้าร่วมประมูลงานประชุมนานาชาติเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในไทย

ซึ่งกรมสบส. ได้เคยลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สสปน. เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันดำเนินการในด้านการส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ การถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้รวมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการประชุมวิชาการและการจัดนิทรรศการทางการแพทย์นานาชาติ ทำให้เกิดการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรม นำไปสู่การยกระดับและการพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัยอย่างแท้จริงและยั่งยืนต่อไป โดยการจัดประชุมนานาชาติ (MICE) นั้น ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการจัดประชุมนานาชาติเป็นอันดับต้นๆของเอเชียเลยทีเดียว จากสถิติของ สสปน. ในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยอยู่ในปันดับที่ 27 ของโลก ด้วยจำนวนการจัดประชุมทั้งหมด 151 ครั้ง เป็นอันดับ 5 ของเอเชียแปซิฟิก และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)

โดยในการประชุม สสปน. ได้มีการบรรยายภารกิจ/หลักเกณฑ์/แนวทาง และตัวอย่าง ความรู้ ทั้งเรื่องของการประมูลสิทธิ์ในการเพิ่มงานประชุมนานาชาติให้ประเทศไทย และการสนับสนุนงานในการเพิ่มผู้เข้าร่วมประชุมที่เข้าร่วมประชุมในประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการประชุม ความรู้ ความเข้าใจและรับทราบถึงแนวทางในการเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ทั้งกรณีการเข้าร่วมการประมูลสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับ World Congress หรือกรณีการจัดประชุมนานาชาติในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ การจัดประชุมนานาชาติที่กรมสบส. ผลักดันอยู่นั้น เป็นการประชุมนานาชาติทางการแพทย์  โดยคาดว่าจะมีประโยชน์จากการที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติทางการแพทย์ ได้แก่

  1. เพิ่มขีดความสามารถและยกระดับการจัดบริการสุขภาพแก่ประชาชนชาวไทย และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  2. พัฒนา เผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรม
  3. ส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัยของประเทศไทยในเวทีโลก
  4. กระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
  5. เสริมศักยภาพและส่งเสริมบทบาทของ Local Host
  6. สร้างเครือข่ายและพันธมิตรในอุตสาหกรรม MICE ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
  7. กระตุ้นภาคเศรษฐกิจหลักและที่เกี่ยวเนื่อง นำไปสู่การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

โดยการประชุมดำเนินไปอย่างดี การผลักดันให้เกิดการจัดการประชุมนานาชาติทางการแพทย์นี้ เป็นผลดีสำหรับชาวไทยแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ จนนำไปสู่การยกระดับการจัดบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐานต่อประชาชนชาวไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ในธุรกิจและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากการเดินทางเข้ามาร่วมประชุมอีกด้วย สำหรับฉบับนี้ขอจบเพียงเท่านี้ พบกันใหม่ฉบับหน้า สำหรับฉบับนี้สวัสดีจากปรเทศไทย

“This is DHSS”

Website :  http:// www.medicalhub.org

Facebook’s Fanpage : Medicalhub.TH

E-Mail  : this.is.dhss@gmail.com

 

 

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply