ร้อยวันแรกของรัฐบาลทรัมป์

misc

ตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือก ได้เข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2017 เป็นต้นมา ก็เป็นเรื่อง ทอล์ค ออฟ เธอะ ทาวน์ กันทุกวัน และวันที่ 30 มีนาคมนี้ก็ครบ 100 วันที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เข้าไปนั่งในทำงานใน Oval Office และถือเป็นประเพณีกันมานานแล้วว่าภายใน 100 วันแรกที่ประธานาธิบดีเข้ามารับตำแหน่งนั้นได้ทำอะไรไปบ้าง ทำตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้เมื่อตอนหาเสียงนั้นสำเร็จไปกี่เรื่อง

         ทุกคนก็คงทราบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเดโมแครท หรือรีพับลิกันก็ตาม ก็ตื่นตัวตูมตามไปกับสถานการณ์ประจำวันของประธานาธิบดีคนที่ 45 นี้ โดยเฉพาะฝ่ายเดโมแครทพยายามที่จะโค่นอำนาจของประธานาธิบดีให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีอะไรก็ตามโดยมีฝ่ายสื่อสำคัญๆหลายสถาบันมาร่วมเป็นพันธมิตร ซึ่งขณะนี้มีกระแสคลื่นของความพยายามที่จะ “ถอดถอน” ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ออกจากตำแหน่ง มีการระดมเม็ดเงินเข้าพรรคเพื่อเป็นทุนหาเสียงในการโค่นอำนาจครั้งนี้ ไม่เฉพาะกระแสข่าวเรื่องการโค่นอำนาจอย่างเดียว แต่ – สืบเนื่องจากกระแสข่าวของสถานีโทรทัศน์เคเบิลฟ็อกซ์นิวส์ – ระบุว่า ทางฝ่ายเดโมแครทโดยสองแกนนำ ส.ว.ชัค ชูเมอร์ และ ส.ส.หญิง แนนซี่ ปาโลซี จะเอาตัวนายทรัมป์ เข้าคุกอีกด้วย

         ก่อนจะถึง 100 วันแรก คือเริ่มตั้งแต่วันที่หนึ่งในตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็เริ่มลงนามใน “คำสั่งบริหาร – Executive Order” ในเรื่องอิมมิเกรชัน กับเรื่องการยกเลิกและทดแทนกฎหมาย Affordable Care Act หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “โอบามาแคร์” ….. เรื่องแรก หลังจากที่คำสั่งห้ามประชาชนจากกลุ่มเจ็ดประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ ก็มีเสียงคัดค้านและประท้วงกันทั่วประเทศ (ทั่วโลก) และในที่สุดก็ถูกศาลสหรัฐสั่งยับยั้ง ซึ่งทางฝ่ายเดโมแครททำนายว่า ทางทำเนียบขาวจะยื่นอุทรณ์ไปที่ศาลอุทธรณ์สัญจรสหรัฐเขตที่ 9 แต่ทางฝ่ายทำเนียบขาวคิดแล้วถ้ายื่นอุทธรณ์ขึ้นไป แม้กระทั่งไปถึงศาลฎีกาคาดว่าเปอร์เซ็นท์ที่จะชนะนั้นมีน้อย ก็ต้องยอมแพ้ไป แล้วก็กลับมานั่งคิดกันใหม่ และเซ็นคำสั่งบริหารฉบับที่สอง ซึ่งแน่นอนฉบับนี้ก็คงจะต้องไปสู้กันในชั้นศาลอีกอย่างแน่นอน ที่ต่างจากฉบับแรกก็คือ ลดประเทศต้องห้ามการเดินทางเข้าสหรัฐจากเจ็ดประเทศมาเหลือหกประเทศ โดยยกเว้นประเทศอิรัค และฉบับห้ามการเดินทางล่าสุดนี้ยกเว้นคนที่มีวีซ่าอยู่แล้ว และคนที่มีกรีนคาร์ด สุดท้ายห้ามพวกลี้ภัยทุกคนเข้าประเทศเป็นการชั่วคราว นอกจากคนที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้วเท่านั้น และผู้ลี้ภัยจากประเทศซีเรียก็ไม่ถูกห้ามเข้าสหรัฐอย่างไม่มีกำหนดอีกด้วย คำสั่งบริหารฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์หน้านี้

         หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงลายมือชื่อในคำสั่งบริหารเรียบร้อยแล้ว ทางฝ่ายสนับสนุนก็ออกมาบอกว่า คำสั่งฉบับนี้มีความจำเป็นเพื่อที่จะรักษาประเทศให้ปลอดภัยจากกลุ่มก่อการร้าย ส่วนฝ่ายค้านก็ออกมายันว่า คำสั่งบริหารฉบับนี้ จริงๆแล้วไม่ได้ช่วยประเทศให้ปลอดภัยจากกลุ่มก่อการร้ายอะไรเลย นอกจากนั้น ยังเป็นการเลือกปฏิบัติทางศาสนาอีกด้วย เรื่องนี้ก็ต้องไปปรับทัศนคติกันในศาลอย่างแน่นอน

         มีกลุ่มวุฒิสมาชิกและผู้แทนฯ บอกมาบ่นว่า ไม่เคยทำงานมากขนาดนี้มาก่อน คือต้องเริ่มทำงานกันตั้งแต่วันแรกที่ประธานาธิบดีเข้าไปอยู่ในทำเนียบขาว…. พวกสื่อก็ด้วยเหมือนกัน พยายามขุดคุ้ยเรื่องต่างๆที่จะดิสเครดิตประธานาธิบดีอยู่ทุก …. กลุ่มนักการเมืองคิดกันอยู่เสมอว่า ถ้าอยากจะชนะละก็ “อย่าไปทะเลาะหรือไปมีเรื่องกับสื่อ” โดยเฉพาะ “วิกีรั่ว” “WikiLeaks” สำนักนี้ชอบนักกับเรื่องแฉความลับไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลประเทศไหนก็ตาม สถาบันวิกีรั่วนี้ไม่เคยคำนึงถึงความสั่นคลอนของความมั่นคงของใคร เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (7 มี.ค.) ทางวิกีลีคได้นำเอาเอกสารลับของซีไอเอออกออนไลน์หลายพันฉบับในเรื่องเทคนิคของการแฮคกิ้ง แต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดไปว่าเอกสารเหล่านั้นจริงหรือเปล่า หรือมาจากแหล่งไหน แต่วิกีลีคนี้มีชื่อเสียงมานานแล้วในเรื่องออกข่าวแฉความลับที่มาจากแหล่งไม่แน่นอน ก่อนการเลือกตั้งเมื่อปีที่ผ่านมา วิกีรั่ววิกีลีคนี้ก็ปล่อยอีเมล์ออกมามากมายจากคณะกรรมการกลางพรรคเดโมแครทแห่งชาติ ซึ่งทางรัฐบาลสหรัฐบอกว่ามาจากเจ้าหน้าที่ของฝ่ายรัสเซีย กลุ่มผู้ชำนาญการทั้งหลายต่างบอกว่าเอกสารลับเหล่านั้นดูเหมือนเป็นของจริง แต่ทางฝ่ายสำนักข่าวกรองกลางหรือซีไอเอก็ยังไม่ออกมาให้ความคิดเห็นแต่อย่างใด

         ข่าวข้อมูลที่ทางวิกีลีคออกมาแฉคือเรื่องที่ทางซีไอเอแอบดักฟังคนไปทั่ว แม้กระทั่งใส่เทคโนโลยีดักฟังเข้าไปในสมาร์ททีวีและโทรศัพท์ เรื่องนี้ก็ยังไม่ได้ยืนยันเหมือนกันว่าทางซีไอเอนั้นเล็งเป้าไปที่ใคร แต่อย่างไรก็ตาม มีกฎหมายห้ามทางฝ่ายความมั่นคง หรือทางฝ่ายสายลับมาแอบดักฟังการพูดคุยทางโทรศัพท์ของชาวบ้าน พวกเราปุถุชนธรรมดาก็คงปลอดภัย ….. ถ้าเรื่องความลับนี้เป็นเรื่องจริง ก็ถือได้ว่ามันเปิดเผยข้อบกพร่องเรื่องของความมั่นคงอย่างร้ายแรงทีเดียวเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องมือที่พวกเราใช้มันเป็นประจำทุกวัน เรื่องข้อบกพร่องเกี่ยวกับความลับเหล่านี้ ทางฝ่ายข่าวกรองสหรัฐน่าจะส่งสัญญานไปที่บริษัทชำนาญการในเรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้ และตั้งแต่ทาง “ซิลิโคน แวลลี่ย์” ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริษัทค้นคิดผลิตเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก มีเรื่องชนกับหน่วยงานรัฐบาลกลางอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับการป้องกันเรื่องส่วนตัวของลูกค้า งานนี้ก็คงจะเป็นเรื่องหนักใจสำหรับรัฐบาลทรัมป์ที่จะต้องออกมาปัดข่าวกันเป็นรายวัน และอาจเสียดุลย์กับความเชื่อถือและการเป็นผู้นำโลก

         ทั้งจีน รัสเซีย สื่อและเดโมแครท ที่กำลังรุกคืบกับการดิสเครดิตรัฐบาลทรัมป์จะอยู่ได้ตลอดลอดฝั่งก่อนการเลือกตั้ง “มิดเทอม” ได้หรือไม่ก็ต้องคอยดูกัน

 

ข้อมูลจาก Newsmax – theSkimm – Townhall Daily ฯลฯ  

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply