เที่ยวจันทบุรีเชิงประวัติศาสตร์ (1)

privacy

ผมว่าจะเขียนเรื่องไปเที่ยวจันทบุรีในเชิงประวัติศาสตร์มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักครั้งเพราะมีเรื่องอื่นๆแทรกเข้ามาเป็นประจำ คราวนี้คงได้เขียนถึง เราไปเที่ยวเมื่อปลายปี 2016 จองห้องพักอยากจะพักที่พักประวัติศาสตร์ “บ้านหลวงราชไมตรี Historic Inn”  แต่ไม่มีโอกาสเพราะได้รับการจองเต็ม จึงขอจองที่อยู่ติดกันเรียกชื่อว่า “ท่ามาจัน” ฟังดูก็แปลก ผมว่าเขาน่าจะเล่นคำมากกว่า คือน่าจะมาจากคำว่า “ถ้ามาจันท์” เพราะดูเจ้าของโรงแรมแล้วถือว่าได้ระดับ บางครั้งเขาก็เล่นดนตรีเอง  โรงแรมนี้มีดนตรีสดในห้องอาหารด้วย

การตกแต่งโรงแรมก็เข้าท่า ที่พักมี 2 แห่งที่เราไปพักติดแม่น้ำ ส่วนอีกที่เป็นตึกตรงกันข้ามที่เช็คอินรวมทั้งเป็นที่พักด้วยหากอีกด้านเต็ม  คือเดินข้ามถนน 5 ก้าวก็ถึงกันแล้ว ห้องอาหารก็อยู่ด้านล่างติดแม่น้ำบรรยากาศถือว่าสุดยอดครับ  ผมจะเล่ารายละเอียดอื่นตอนต่อไป เรามาดูความเป็นมาก่อน

ที่ผมไปค้นมา ถนนสายนี้เรียกว่า “ชุมชนริมน้ำจันทรบูร” มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ยาวนาน ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครสนใจ  จนถึงปี 2552 ชุมชนโดยชมรมพัฒนาริมน้ำจันทบูรได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี สถาบันอาศรมศิลป์ และหน่วยงานอื่นๆ เข้าอนุรักษ์และฟื้นฟูย่านนี้จนเกิดเป็นวิสัยทัศน์ “วัฒนธรรมนำการค้า” เพื่อให้การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและฟื้นฟูชุมชนเป็นไปได้อย่างยั่งยืน และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของ “บ้านพักประวัติศาสตร์หลวงราชไมตรี”

แต่กว่าจะเป็นบ้านพักหลังงามให้นักท่องเที่ยวค้างแรม พร้อมชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมแบบนี้ได้ ก็ต้องใช้ทั้งความร่วมมือร่วมใจและทักษะจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาช่วยกันปรับปรุงและบูรณะบ้านหลังนี้ขึ้นมาให้มีชีวิตอีกครั้ง รูปแบบดั้งเดิมของตัวอาคารเป็นอาคารทรงเรือนแถวปูนได้รับอิทธิพลรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงามตามอิทธิพล “ชิโนโปตุกีส”ของเรือนแถวในปีนัง เพราะหลวงประมวณราชทรัพย์ (บิดาของหลวงราชไมตรี) ไปทำการค้าที่ปีนังและมะละกา เมื่อพบเห็นก็นำกลับมาก่อสร้างในเมืองไทย

                  จากประวัติทราบว่าตัวบ้านมีอายุร่วม 150 ปีและวัสดุส่วนใหญ่นั้นเป็นไม้ เสื่อมสภาพและผุพังตามกาลเวลา รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากปลวก แต่ถึงกระนั้น ก็ยังคงสภาพและมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับประโยชน์ใช้สอยใหม่ได้

ในการปรับปรุงนั้น ผู้ออกแบบใช้แนวทางการอนุรักษ์แบบ Adaptive-Reuse (การปรับเลี่ยนประโยชน์ใช้สอย) มาปรับใช้ ทำให้แยกแยะส่วนดั้งเดิมและส่วนที่ถูกปรับปรุงใหม่ได้ โดยส่วนต่อเติมใหม่เป็นวัสดุที่แข็งแรงแต่สามารถรื้อถอนได้โดยไม่กระทบกับตัวอาคารเก่า เช่นส่วนหลังคาสังกะสี ผู้ออกแบบเลือกที่จะไม่เปลี่ยนวัสดุ เนื่องจากสังกะสีเดิมของบ้านนี้ เป็นสังกะสียุคแรกๆ ของประเทศไทยที่มีความหนาและแข็งแรง

ส่วนภายนอกได้รับการทาสีใหม่ตามสีเดิมของอาคาร สีใหม่ที่ทานั้นเป็นเสมือนวัสดุเคลือบผนังเพื่อรักษาปูนฉาบเดิมและอิฐโบราณของบ้านให้คงทน รวมถึงมีการเก็บแนวผนังรับน้ำหนักเดิมไว้ เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ก่อนจะเพิ่มผนังภายในใหม่บางส่วนเพื่อใช้เป็นผนังกั้นห้องพักต่างๆ ผนังใหม่นี้เป็นผนังเบาใส่แผ่นโฟมไว้ภายในผนังเพื่อกันเสียงรบกวน

จากความเฉลียวฉลาดของผู้ออกแบบในการนำแนวคิด Adaptive-Reuse มาใช้ เป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงอาคารในแต่ละยุคสมัย ได้สัมผัสกับของแท้ดั้งเดิม และได้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นเชิงช่างของคนสมัยก่อนอีกด้วย ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงที่พักสำหรับนักเดินทางเท่านั้น แต่จะได้ซึมซับถึงคุณค่าทั้งเชิงประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมในทุกนาทีที่ได้อยู่ที่นี่

                  หลังจากปรับปรุงเสร็จ กลายมาเป็นบ้านพักประวัติศาสตร์สไตล์ Boutique Hotel และตั้งชื่อว่า “บ้านพักประวัติศาสตร์หลวงราชไมตรี Historic Inn” ตั้งอยู่ที่ชุมชนริมน้ำจันทบูร บนถนนสายแรกของจังหวัดจันทบุรี ภายในสถานที่แห่งนี้ ได้มีการเก็บรวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์หลวงราชไมตรี ผู้สร้างคุณูปการให้กับชาวจันทบุรีไว้มากมาย และยังคงรักษาสถาปัตยกรรมโบราณ ผนวกกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านไว้อย่างครบถ้วน  

                  ผมเห็นแล้วก็ทึ่งที่ชุมชนได้ร่วมมือกันจัดทำและปรับปรุงขึ้นมากลายเป็นที่พักที่ใครๆก็อยากไปพัก ยิ่งเมืองไทยในปัจจุบันมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายเชิงเช่นเชิงประวัติศาสตร์ เชิงอนุรักษ์ เชิงธรรมชาติ เมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากครับ  ฯลฯ

ตรงกันข้ามแม่น้ำจันทบูรอีกฟากหนึ่งเป็นอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสินธินิรมล  เป็นโบสถ์คาทอลิกใหญ่ที่สุดในเมืองไทยอายุกว่า 100 ปีมาแล้ว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบริเวณโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ต.จันทนิมิต อ.เมืองจันทบุรี

จากหน้าโรงแรม “ท่ามาจัน” เราเดินตรงไปในถนนสายนี้ซึ่งมีบ้านเรือนเก่าๆและร้านรวงใหม่ที่มาเปิดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ไกลนักเราก็จะพบกับสะพานนิรมล อันเป็นสะพานคนเดิมข้ามฟากไปยังอาสนวิหารที่สวยงามและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นประจำ

หากเราเลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไปก็จะเข้าดาวน์ทาวน์ของเมืองจันท์ มีร้านรวงต่างๆเปิดจำนวนมากทั้งธนาคาร ถนนสายหนึ่งมีร้านขายทองติดกันเป็นแถว ไม่น่าแปลกใจเพราะจันทบุรีเป็นเมืองพลอยที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย จึงทำให้เกิดบรรดาช่างทำพลอย ตามมาด้วยร้านขายทอง เดินไปสักพักเป็นตลาดจันทบุรีหรือที่เราเรียกว่าตลาดน้ำพุ ขายสินค้าทุกอย่างทั้งอุปโภคและบริโภคด้านหน้ายังเป็นคิวรถตู้ที่จะเดินทางไปยังอำเภอรอบบนอกซึ่งชาวบ้านเดินทางมาซื้อหาสินค้าแฃ้วนำกลับอำเภอ

ที่น่าสนใจก็คือบริเวณเมืองจันท์นี้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขทั้งศาสนาพุทธ,คริสต์,อิสลาม อีกทั้งยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าตากสินท่านนำไพร่พลจากกรุงศรีอยุธยามาปักหลักที่จันทบุรี  ก่อนจะส้องสุมผู้คนแล้วทุบหม้อข้าวกลับเข้าไปกอบกู้กรุงศรีอยุธยา 

แม้ว่าจะกู้มาได้ก็ไม่คุ้มที่จะไปบูรณะเพราะพม่าถล่มเสียราบเรียบ สภาพของอยุธยาทุกวันนี้ก็ยังคงหลงเหลือซากปรักหักพังให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา  พระเจ้าตากสินจึงไปตั้งกรุงใหม่คือกรุงธนบุรี  ดังที่เราได้ศึกษากันมา

การบูรณะชุมชุนแห่งนี้ทำให้ผมนึกถึงถนน Melrose ตั้งแต่ช่วงถนน La Brea ไปจนถึงถนน Fairfax ในแอล.เอ.ช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ก่อนเป็นตึกร้าง เงียบเหงา อีกไม่นานนักสัก 10 ปีให้หลังมีการพัฒนาถนนสายนี้ขึ้นมาทำให้เกิดการค้า ความคึกคัก ที่เช่าราคาแพง ใครๆก็อยากวิ่งไปหาแหล่งที่ได้รับการพัฒนาแล้ว เพราะสามารถทำการค้าได้  

ผมนำภาพต่างๆที่เราเดินทางท่องเที่ยวมาฝาก  แล้วพบกับสัปดาห์หน้าครับ

บ้านหลวงราชไมตรีที่ยังไม่ได้มีการบูรณะปรับปรุงจะมีสภาพเช่นนี้เป็นบ้านที่มีอายุเกือบ 150 ปี

บ้านหลวงราชไมตรีภาพซ้ายปรับปรุงแล้ว ภาพขวาอยู่ในระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซมและฟื้นฟูกลับมา

บ้านหลวงราชไมตรีในปัจจุบันใช้เป็นที่พักประวัติศาสตร์เขียนไว้ว่า “บ้านหลวงราชไมตรี Historic Inn”

สภาพห้องแถวบนถนนสายเดียวกันมีห้องแถวแห่งที่ยังคงสภาพเป็นเช่นที่เห็นในภาพคือยังไม่ได้มีการปรับปรุง

ผู้เขียนถือโอกาสถ่ายภาพคู่กันบริเวณศาลพระเจ้าตากสิน ถัดไปเพียงข้ามถนนก็จะเป็นศาลหลักเมือง เราไปไหว้เหมือนกัน

ถนนสายชุมชนริมแม่น้ำจันทบูร จะทำแผนที่ไว้อย่างดีเพื่อบอกแก่นักท่องเที่ยวว่าแต่ละแห่งคืออะไร เรียงตามลำดับ 1-31 โดยหมายเลข 31 อยู่อีกฟากของแม่นำจันทบุรีคือโบสถ์คาทอลิกใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

เมื่อเราเดินบนถนนสายนี้ พบกับบ้านหลังหนึ่งกำแพงประดับด้วยภาพเก่าๆและอธิบายให้ทราบว่าอะไรเป็นอะไร

468x60 ad on post page

Leave a Reply