โฉมใหม่ของการเมืองไทย

somchai
สวัสดีครับทุกๆท่าน ภายในต้นปี 2560 ประเทศไทยเราก็คงประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันแล้วหลายๆคนคิดว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปคงมาจากบุคคลภายนอก

ในส่วนของ ส.ส.ที่จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของส.ส.ทั้งหมด 500 คน เพราะการเฉลี่ยจำนวนส.ส.ประเภทบัญชีรายชื่อให้แก่พรรคที่แพ้การเลือกตั้งโดยใช้ระบบส.ส.ที่จะพึงมี คำนวนตามอัตราส่วนคะแนนที่ลงให้แก่พรรคจึงไม่มีพรรคใดได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง

ส.ว.มาจากการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการที่ คสช.ตั้งขึ้นอย่างน้อย 7 คนเพื่อคัดเลือก ส.ว.จำนวน 200 คนและ ส.ว.มาจากการเลือกกันเองทั่วทุกจังหวัด 150 คนและคัดให้เหลือ 50 คนรวมเป็น ส.ว.ทั้งสิ้น 250 คนดำรงตำแหน่งในระยะเวลา 5 ปีหนีไม่พ้น ส.ว.มาจากนายทหารเกษียณราชการเป็นส่วนมากเพราะ คสช. เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการที่คัดเลือก ส.ว.

ในกรณีที่ไม่อาจเลือกนายกรัฐมนตรีตามที่พรรคการเมืองเสนอชื่อไว้ก่อนการเลือกตั้งอันเนื่องจากมีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีนี้สภาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่งสามารถเสนอให้รัฐสภา(ส.ว+ส.ส)ดำเนินการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีได้

เมื่อรัฐสภาดำเนินการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี ส.ส.สามารถเสนอชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองได้เสนอชื่อต่อ กกต.ไว้ก่อนการเลือกตั้งหรือเสนอชื่อบุคคลภายนอกเข้ารับการคัดเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีได้

นอกจากนี้ในการพิจารณาร่างกฎหมายที่สำคัญให้รัฐสภาทำหน้าที่พิจารณาและยังกำหนดให้รัฐบาลต้องรายงานความคืบหน้าในการปฎิรูปประเทศทุก 3 เดือนต่อรัฐสภา และวุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปประเทศต่อคณะรัฐมนตรี คือ ส.ว.จากการแต่งตั้งควบคุมการทำงานของรัฐบาล

คะแนนเสียงในการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน 500 เสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 251 เสียง แต่คาดกันว่าพรรคใหญ่ 2 พรรคที่แบ่งเป็น 2 ขั้ว จะได้คะแนนเสียงประมาณพรรคละ 200 คนเศษๆ โอกาสการจัดตั้งรัฐบาลคือต้องไปรวมกับพรรคเล็กให้เกิน 251 เสียง แต่ก็เป็นรัฐบาลขาดเสถียรภาพเพราะในการพิจารณาผ่านกฎหมายสำคัญเช่นกฎหมายงบประมาณประจำปีต้องนำเข้ารัฐสภาเป็นผู้พิจารณาซึ่งมีสมาชิกรวมกันถึง 750 คน (500+250) เป็นการยากที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้เพราะต้องใช้คะแนนเสียงถึง 376 เสียง

แต่ถ้าพรรคใหญ่พรรคหนึ่งรวมกับพรรคเล็กเกินกว่ากึ่งหนึ่ง 251 เสียง ขอให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรีและเสนอบุคคลภายนอกเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะมีเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งอีก 200 เสียงไม่ต้องรวม ส.ว.จากการเลือกกันเองอีก 50 เสียง ก็กลายเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพที่มีเสียงสนับสนุน 451 เสียง ได้รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยกึ่งทหารไปอีก 5 ปี

แต่ถ้าพรรคใหญ่สองพรรคสองขั้วจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากที่มีประมาณ 400 เสียง เพื่อการปฎิรูปประเทศโดยพลเรือนและผลัดกันเป็นนายกรัฐมนตรีน่าจะเป็นได้ เพื่อให้หลายประเทศมองว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยุติการแบ่งข้างแบ่งสี สมานสามัคคีคนในชาติและให้ทหารทำหน้าที่ปกป้องประเทศอย่างเดียวปล่อยให้พลเรือนทำหน้าที่บริหารปกครองน่าจะเป็นทางออกที่ดี

การเขียนรัฐธรรมนูญด้วยเงื่อนไขปฎิรูปประเทศถือเป็นเรื่องที่ผู้มีความรู้ความสามารถควรกระทำเพื่อประเทศชาติ แต่ถ้าหยิบยกเอาความขัดแย้งเป็นตัวตั้งเช่นเกิดปัญหาทางด้านการเมือง การแย่งชิงคะแนนเสียงประชาชน การทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองแล้วล้มกระดานหาทางออกใหม่ และทางออกใหม่นั้นเป็นทางออกที่ไปสู่อำนาจที่ไม่ได้รับฉันทามติของประชาชนแล้ว เราจะเรียกว่าเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือประชาชนเป็นใหญ่ได้อย่างไร

พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ!

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply