อวสานโครงการรับจำนำข้าวเปลือก

somchai

สวัสดีครับทุกๆท่าน โครงการรับจำนำข้าวเปลือกจากชาวนาโดยรัฐบาลถือเป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่รัฐบาลพยายามช่วยเหลือชาวนามิให้ถูกกดราคาเมื่อนำข้าวเปลือกไปจำหน่ายต่อพ่อค้าคนกลางหรือต่อโรงสีนับเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ และเพื่อเป็นการยกฐานะรายได้ความเป็นอยู่ให้ทัดเทียมกันของคนเมืองกับคนในชนบทต่างจังหวัดถือเป็นเรื่องน่าสรรเสริญยิ่ง

บางรัฐบาลใช้วิธีการรับประกันราคาข้าว คือการตั้งราคากลางหรือราคาประกันไว้ถ้าชาวนาขายข้าวต่ำกว่าราคาประกันอันเนื่องจากราคาตลาดขณะนั้นทางรัฐบาลก็จะจ่ายเงินทดแทนในส่วนของผลต่างที่ต่ำลงนั้นให้ แล้วรัฐบาลก็จะไปเรียกเก็บเงินจากพ่อค้าส่งออกข้าวเป็นค่าพรีเมี่ยมชดเชยกันไปซึ่งถือปฎิบัติมานาน

filename_0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a72-j

การรับจำนำข้าวจริงๆ แล้วเป็นการรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยรัฐบาลเข้าแบกภาระในการจัดจำหน่ายข้าวที่รับจำนำไว้ซึ่งต้องใช้เงินทุนมหาศาล รัฐธรรมนูญของไทยห้ามภาครัฐค้าขายแข่งกับภาคเอกชนยกเว้นการให้บริการทางด้านสาธารณูปโภคแก่ประชาชนในรูปของรัฐวิสาหกิจเท่านั้น การรับจำนำข้าวจึงเป็นการเลี่ยงข้อกฎหมาย

การช่วยเหลือชาวนาถือเป็นเรื่องดีแต่ปัญหาที่เกิดจากการรับจำนำข้าวคือเรื่องการบริหารจัดการ การขึ้นทะเบียนชาวนาที่มีสิทธิ์นำข้าวมาจำนำ การกำหนดราคารับจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาด คุณภาพของข้าวที่รับจำนำ ต้นทุนค่าเช่าสถานที่เก็บรักษาข้าว ข้าวเกิดความเสียหายระหว่างการเก็บรักษา และราคาที่นำข้าวออกจำหน่าย

รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้นโยบายโครงการรับจำนำข้าวจากชาวนาตามที่หาเสียงไว้ก่อนเข้าเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเมื่อปี 2554 ดำเนินการตามโครงการรับจำนำข้าวได้ประมาณ 3 ปีได้รับการทักท้วงจาก สตง. และ ปปช. ถึงการเกิดการทุจริตทุกขั้นตอน เกิดความเสียหายทางด้านระบบการคลังของประเทศที่ต้องทบทวนแก้ไขดังนี้

มีการใช้สิทธิ์เกินความเป็นจริงของชาวนาที่นำข้าวมาจำนำโดยการสวมสิทธิ์ของบุคคลภายนอกที่มิได้อยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ และชาวนาไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคุณภาพข้าวทางด้านการหักลดความชื้นและสิ่งเจือปนในข้าว

มีการลักลอบสับเปลี่ยนนำข้าวออกจำหน่ายล่วงหน้าและนำข้าวมาใช้คืนให้ในภายหลังของผู้ทำหน้าที่เก็บรักษาข้าว และเกิดการสูญหายขาดบัญชีของข้าวที่ฝากเก็บรักษาไว้ตามโกดังของโรงสีต่างๆ การระบายข้าวออกจำหน่ายเกิดความล่าช้าทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพ

การซื้อขายข้าวระหว่างรัฐ(จีทูจี) กับสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงสนับสนุนการซื้อขายว่าหน่วยงานระหว่างรัฐได้ทำการซื้อขายกันจริงและไม่มีหลักฐานการส่งข้าวออกนอกประเทศจริง

ผลการดำเนินการรับจำนำข้าวตั้งแต่ช่วงเวลากการผลิตปี 2554 – 2556 มีผลขาดทุน 332,372 ล้านบาท และมีข้าวที่เก็บรักษาไว้ในโกดังคงเหลือถึง 13 ล้านตันเมื่อวัน 31 พฤษภาคม 2556

ในช่วงเวลาเดียวกันขาดสภาพคล่องทางด้านเงินทุนหมุนเวียน โดยชาวนาได้นำใบประทวนหลักฐานการจำนำข้าวต่อรัฐบาลมาจำนำต่อธนาคารกการเกษตรและสหกรการเกษตรเป็นจำนวน 220,4000 ล้านบาทในขณะที่รัฐบาลสามารถระบายข้าวที่เก็บรักษาไว้ออกจำหน่ายได้เพียง 128,373 ล้านบาททำให้ชาวนาต้องเลื่อนเวลาการรับชำระเงินออกไปเพราะรัฐบาลไม่มีเงินจ่ายให้

การดำเนินการตามโครงการรับจำนำข้าวไม่สามารถแก้ปัญหาการพัฒนาผลิตข้าวแบบยั่งยืนและด้านพัฒนาคุณภาพของข้าวได้ ชาวนาเร่งผลิตอย่างเดียวเพื่อนำเข้าโครงการรับจำนำข้าวผู้ที่ได้ผลประโยชน์มากคือผู้ที่มีที่นาเกิน 30 ไร่ และมิได้คำนึงถึงคุณภาพของข้าวถือว่ารัฐบาลรับจำนำอยู่แล้ว ประกอบกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รับจำนำละเว้นการปฎิบัติหน้าทีในการตรวจสอบคุณภาพข้าว

filename_0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7-jp

เกิดความเสียหายต่อตลาดการส่งออกข้าวไทยต่อประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่ง เนื่องจากการกำหนดราคารับจำนำไว้สูงกว่าราคาตลาดทำให้ราคาส่งออกสูงตามไปด้วย จึงทำให้เสียลูกค้าในต่างประเทศไปเป็นจำนวนมาก

จากการทักท้วงของ สตง.และ ปปช. ต่อรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ทบทวนนโยบายโครงการรับจำนำข้าวในข้อบกพร่องต่างๆจากการตรวจสอบแล้ว แต่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มิได้สั่งระงับโครงการหรือได้ปฎิบัติการแก้ไข้ข้อบกพร่องต่างๆ เหล่านั้น จึงนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าความเสียหายอันเนื่องจากเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อผู้เกี่ยวข้องต่างๆ

พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ

468x60 ad on post page

Leave a Reply