คงต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี

สวัสดีครับทุกๆ ท่าน ขณะเขียนต้นฉบับนี้อยูที่ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับแอลเอครับ ได้พบเพื่อนเก่าสมัยเรียนหนังสือที่ ม.รามคำแหงมาด้วยกัน คือคุณชูพงศ์ เก่งตรง ซึ่งร่วมทำกิจกรรมมาด้วยกันตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนใน ม.รามคำแหง ปัจจุบันคุณชูพงศ์ ก็ยังเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง เรียกว่าแฟนพันธุ์แท้ของพันธมิตรและ กปปส. คุณชูพงศ์ เรียนจบ ม.รามคำแหงรุ่นแรก แล้วไปต่อปริญญาโทที่ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นอดีตคน 14 ตุลา เป็นข้าราชการบำนาญ ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้อำนวยการสรรพกรพื้นที่จังหวัดกระบี่  กรมสรรพกร กระทรวงการคลัง ครับ

คุณชูพงศ์ มีความสามารถพิเศษคือ เป็นนักลอนนักกวี มีผลงานออกมามากมายค่อนข้างเผ็ดร้อน ผมขอให้คุณชูพงศ์ ช่วยเขียนบทกลอนบทกวีในหนังสือพิมพ์ดิเอเชี่ยนแปซิฟิคนิวส์ อย่างประจำ ขอให้เขียนแบบเดินสายกลางอย่ารุนแรงมากน้ก ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มาดูกลอน 8 ที่คุณชูพงศ์ ส่งมาให้เป็นบทแรกครับ

 

@ถึงหยิกเล็บเจ็บเนื้อต้องยอมเจ็บ

เพราะว่าเล็บเกินใช้งานนะท่านเอ๋ย

เมื่อถึงคราวที่ต้องตัดก็ตัดเลย

ถ้าปล่อยเฉยจะเสียหายตายทั้งเป็น

ถึงคราวปรับก็ต้องปรับขยับเปลี่ยน

อย่าวนเวียนกับคนเก่าเขามองเห็น

ไร้ผลงานทำงานไม่ค่อยเป็น

ใช่ของเล่นประเทศชาติมิอาจลอง

อย่าเกรงใจเพื่อนเก่าเขาพึงรู้

ประเทศชาติต้องอยู่ไม่เสียของ

ไม่เข้าเป้าก็ควรปรับเข้ารับรอง

คนใหม่ต้องเก่งดีมีคุณธรรม.

…ชูพงศ์ เก่งตรง

ในเนื้อบทกลอนสะท้อนภาพ คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลในชุดปัจจุบันได้มากพอสมควร ผมมาไทยครั้งนี้ มีเพื่อนๆ และน้องๆ หลายคนถามถึงเศรษฐกิจในอเมริกาเป็นอย่างไร เหมือนประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งในประเทศไทยเราจริงๆ แล้วกำลังซื้อของคนตกลงไปมากครับ ไม่ฟู่ฟ่าเหมือนเดิม แล้วโครงการประชานิยมหรือโครงการแจกเงินก็ถูกงดทั้งสิ้น แบบปัจจุบันทันด่วน และหนี้สินในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนเกิดความกังวลในการผ่อนชำระหนี้ เพราะรายได้ไม่เดินสะพัดเหมือนเดิม ทำให้กำลังซื้อตกลงไป เศรษฐกิจจึงไม่ขยายตัวเหมือนอย่างที่เคยเป็นครับ

ส่วนในสหรัฐอเมริกาผมตอบไปว่าค่าเงินดอลล่าร์แข็งขึ้นมาก เมื่อเทียบกับเงินบาทขณะนี้เข้าไปที่ 34 บาทกว่าๆต่อดอลล่าร์ นับว่าเศรษฐกิจในอเมริกาย่อมดีขึ้นดูจากค่าเงิน และมีแนวโน้มที่จะไปแตะที่ 35 บาทต่อดอลล่าร์ภายในสิ้นปีนี้ หลังการปฏิรูปเสร็จสรรพ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายในปี 2559 และเข้าสู่ยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเชี่ยนเรียกว่า Asean Economics Community (AEC) เป้าหมายเพื่อการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย  พม่า ลาว เวียดนาม  มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ บรูไน  เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศ และในระดับโลก

การรวมตัวครั้งนี้ประเทศไทยหนีไม่พ้นคงเป็นศูนย์กลางการทำธุรกิจของประชาคมนี้ ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงเทพฯ ที่เพียบพร้อมให้ความสะดวกทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องรถติด (แก้ปัญหารถติดง่ายนิดเดียวห้ามแท๊กซี่วิ่งรอก) พวกเราคนไทยในต่างแดนมีโอกาสดีแล้วครับ อาศัยค่าดอลล่าร์แข็ง แลกเงินบาทได้มากขึ้น นำเงินมาลงทุนในประเทศไทย ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ตามโอกาสและปัจจัยเอื้ออำนวย ผมกำลังเตรียมการสร้างบังกาโลรีสอร์ทจากที่ดินจังหวัดจันทบุรี ที่ซื้อไว้เมื่อ 20 ปีก่อนซัก 20 – 30 ยูนิต เปิดบริการครบวงจรของการท่องเที่ยว สร้างบังกาโลใช้ทุนไม่สูงในการก่อสร้าง เริ่มต้นแต่น้อย ค่อยเป็นค่อยไปขยายไปเรื่อยๆ ลงทุนแต่น้อยขาดทุนได้หลายครั้งครับ

บ้านผมกับพี่สาวที่หมู่บ้านสีวลี จังหวัดประทุมธานี ใกล้ตลาดสี่มุมเมือง ที่ซื้อไว้เมื่อปี 1982 ได้ใช้รับรองลูกค้าเจ้าของตลาดลาวในต่างรัฐ ซึ่งเป็นลูกค้าขายส่งประจำ ที่เดินทางกลับประเทศลาวและต้องแวะพักเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไทย กำลังปรับปรุงเป็นสถานที่จัดประชุมและเข้าพักอาศัยเป็นครั้งคราวของคนที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย หรือเข้ามาเป็นหมู่คณะเพื่อการท่องเที่ยวสามารถรองรับได้ 30 – 35 คนต่อวัน ทำในรูปของโฮมสเตย์ จะเปิดบริการก่อนสิ้นปีนี้ครับ

พี่น้องทั้งหลายโอกาส สถานการณ์และสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยในการพิจารณากระทำการหรือไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์ต่อตัวเราหรือเพื่อส่วนรวม เมื่อมีโอกาสอย่าปล่อยโอกาสให้เสียไป พบกันใหม่ฉบับหน้าสวัสดีครับ

468x60 ad on post page

Leave a Reply