สตรีหมายเลข 1 รัฐออเรกอนขายใบเขียว

เรื่องราวของชาวต่างชาติที่ต้องการ”ใบเขียว”เป็นเรื่องธรรมดาเพราะต้องการอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย,ทำงานได้ถูกต้องและสามารถเข้า-ออกสหรัฐได้  คนถือใบเขียวยังต้องใช้พาสปอร์ตเดิมของประเทศที่ตนเดินทางมา

เรื่องเป็นข่าวอื้อฉาวขึ้นมาเพราะซิลเวีย เฮย์ส(Cylvia Hayes)คู่หมั้นของจอห์น คิซเฮเบอร์(John Kizhaber)ยอมรับผ่านนิตยสาร Willamette Week ว่าเมื่อปี 1997 ขณะเธออายุ 29 ปีรับจ้างแต่งงานแบบหลอกๆ(sham marriage)กับชาวเอธิโอเปียวัย 18 ปี เพื่อรับเงิน 5,000 ดอลลาร์ นับเป็นการแต่งงานครั้งที่ 3 ของเธอ และการหย่าร้างตามมาเมื่อแต่งได้ครบ 4 ปีกับ 3 เดือน

ซิลเวีย เฮย์ส Gosia Wozniacka/AP

หากเป็นคนอเมริกันธรรมดาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่นี่เรื่องเกิดขึ้นกับสตรีหมายเลข 1 ของรัฐออเรกอน หลังจากเธอหมั้นกับจอห์นผู้ว่าการรัฐออเรกอนที่กำลังจะลงสมัครับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 เรื่องจึงต้องโด่งดังเป็นธรรมดา  ปัจจุบันเธอทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจของจอห์น

เธอยอมรับกับหนังสือพิมพ์ The Oregonian ว่าเป็นความผิดและปัจจุบันก็ยังผิดอยู่ในการแต่งงานหลอก เธอยอมรับผลจากการกระทำของเธอ และยังไม่ทราบว่าเรื่องนี้จะไปทางไหน

สำนักงานบริการพลเมืองและคนเข้าเมือง (USCIS)ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลตรงนี้ แต่สำนักข่าว ABC News

รายงานว่าระหว่างปี 2007-2009 USCIS พบว่ามีการแต่งงานแบบหลอกๆ 600 ราย (จากระหว่างปี 2007-2009 ที่มีชาวต่างชาติแต่งงานกับคนอเมริกัน 227,000 ราย)

การแต่งงานแบบหลอกๆถือเป็นความผิดทางอาญา โทษสูงสุดจำคุก 5 ปีและปรับถึง 250,000 ดอลลาร์

พอล เฮอร์ซ๊อก ทนายด้านอิมมิเกรชั่นกล่าวว่าโดยทั่วไปแล้วทั้งเอฟบีไอและอัยการสหรัฐไม่ค่อยที่จะสนใจ”ส่วนบุคคล”มากนัก จึงไม่ค่อยถูกลงโทษ ยกเว้นการกระทำเป็น”ขบวนการ” (organized green card fraud rings)

ทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานแต่ซิลเวียอยู่ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาและคู่หมั้นและถูกโยงไปว่าเธอคือสตรีหมายเลข 1 ของรัฐออเรกอน อย่าไรก็ตามปัจจุบันจอห์นผู้ว่าจากพรรคเดโมแครตยังมีคะแนนนำผู้ท่าชิงจากพรรครีพับลิกัน เดนนิส ริชาร์ดสันอยู่ 9.4 %

นิตยสาร Willamette Week ชี้ว่าเรื่องนี้อาจเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน(a conflict of interest)ระหว่างซิลเวียกับจอห์นเพราะเธอทำงานอยู่ในสำนักผู้ว่าฯและอีกด้านหนึ่งเธอทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่รับเงินจากเอกชน “เธอเป็นคนผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ในขณะที่รับเงินจากเอกชนในฐานะที่ปรึกษาของบริษัทเอกชน ซึ่งนโยบายที่เธอผลักดันอาจไปทำผลประโยชน์ให้กับบริษัทที่เธอเป็นที่ปรึกษา”

 

 

 

 

 

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply