อวสานซ้อปู้ 26 กว่าจะมาเป็น “ลุงกำนัน”

หากเสียมก๊กเป็นเวทีแห่งการประลองยุทธ มีประชาชนทั้งจากในประเทศและนอกประเทศเป็นคนดูก็ต้องบอกว่าการต่อสู้ระหว่างมวลมหาประชาชนฝ่ายเทพกับพรรคมารนั้นสั่นสะท้านสะเทือนยุทธภพไปทั่วทั้งโลกทีเดียว

มวยคู่นี้ยกแรกฝ่ายเทพเป็นต่อหลายช่วงตัวพอขึ้นยกสองฝ่ายมารมุมแดงสวมหัวใจหมากินดีหมูฮึดสู้หลับหูหลับตาใช้วิชามวยวัดต่อยซ้ายต่อยขวาเพราะหน้ามืดจนเกมส์พลิกผัน                                                          ผลัดกันรุกผลัดกันรับจวนเจียนจะไปมิไปแหล่แต่ก็แก้เกมส์คืนกันมาได้จนกองเชียร์ทั้งประเทศใจหายใจคว่ำไปตามๆกัน

ครอบครัวเทือกสุบรรณ จากซ้าย แทนและภรรยาทิชากร สุเทพ น้ำตาล และ น้ำทิพย์

ไปๆมาๆพอเข้ายกสามตามตำราสังเวียนนี้กลับมีกระบี่นิรนามโผล่เข้ามาอีกหนึ่งรายกลายเป็นนิยายสามก๊กไปเสียฉิบ

ไม่ต้องสงสัยก๊กที่สามนี้คือ“ขุนทหาร”ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นได้ทั้งมารและทั้งเทพตามแต่หัวใจปรารถนา ขึ้นอยู่กับว่าใครจะให้ผลกำไรจากอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่ากัน

จับตาดูให้ดียกนี้ขุนทหารเข้าข้างพรรคมารไปเกือบครึ่งตีนเชียวล่ะพระคุณเอ๋ย

มีอย่างที่ไหนดันไปขวางทางพรรคมวลชนด้วยการยึดทำเนียบรัฐบาลให้กับพรรคมารหน้าตาเฉย

เป็นทำเนียบรัฐบาลจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่พรรคมวลชนหมายมั่นปั้นมือว่าถ้ายึดได้ เมื่อไหร่ย่อมหมายถึงการปิดเกมส์ได้เร็วเมื่อนั้น

นาทีนี้ก็ต้องขอเปลี่ยนสรรพนามตามท้องเรื่องตามความความเหมาะสมเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ท้าชิงมุมน้ำเงินหัวหน้ามวลมหาประชาผู้หาญกล้าท้าทายไม่เกรงกลัวใครแม้ว่าจะถึงตายก็ยอมเพียงเพื่อต้องการให้ประเทศชาติอยู่รอดและปลอดภัย

จากซ้าย โขง ขิง และ เข็ม สามบุตรธิดาของศรีสกุล

เขาคือ“จอมยุทธเทพ”ที่ชาวยุทธรู้จักกันดีในชื่อใหม่ที่เรียกกันว่า“ลุงกำนัน”

ก่อนจะชกยกต่อไปก็ต้องมาทำความรู้จักกับลุงกำนันท่านนี้ที่สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของคนไทยทั้งประเทศได้ภายในเวลาเพียง 5 อาทิตย์เท่านั้นเอง

ว่าเหตุไฉนหัวใจถึงได้ห้าวหาญแข็งแรงแกร่งกล้าเป็นยิ่งนัก

จอมยุทธเทพ“สุเทพ เทือกสุบรรณ”เกิดวันที่ 7 กรกฎาคม 2492 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ตรงกับวันพฤหัส ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู ลัคนาราศีกันย์ธาตุดิน

เป็นดวงชะตาของคนอ่อนนอกแข็งในใจคอแกล้วกล้าถนัดทั้งบุ๋นและบู๊สู้ไม่ถอยแต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์สุนทรีย์มีความโรแมนติกในหัวใจ

ดวงชะตานี้เป็นคนเอาจริงเอาจังมีระเบียบกฎเกณฑ์เป็นของตัวเองและชอบเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่ขวางหน้า

กำนันสุเทพ-ศรีสกุลกับลูกทั้ง 6

มีพี่น้องท้องเดียวกัน 6 คน ที่โลดแล่นอยู่ในวงการเมืองรู้จักกันดีมีเพียง 2 คนคือ นาย

เชน และนายธานี เทือกสุบรรณ

ตอนเด็กๆประสพอุบัติเหตุตกเกวียนจนแขนหักแล้วไปรักษากับหมอพื้นบ้าน ไม่รู้ว่ารักษาอีท่าไหนแขนขวาเลยยืดได้ไม่เต็มที่ไม่ถึง 90 องศามาจนถึงทุกวันนี้

ตั้งแต่นั้นมาหนุ่มเทพเลยไม่เชื่อถือหมอพื้นบ้านอีกเลย

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมตอนขึ้นเวทีราชดำเนินทีมงานบอกว่าท่านกำนันยกมือสูงๆหน่อยแกบอกว่ายกได้แค่นี้ครับ

จบมัธยมสุเทพเอ็นติดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในคณะศิลปศาตร์สาขารัฐศาสตร์

เพื่อนๆหลายคนเล่าว่าในสมัยเป็นนักศึกษาสุเทพเป็นคนติดดินถ่อมเนื้อถ่อมตัวทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยไม่อายใคร

แววของความเป็นผู้นำเริ่มปรากฎเมื่อได้รับเลือกให้เป็นประธานนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

รักแรกพบของลุงกำนันจุดประกายขึ้นที่สถาบันแห่งนี้กับคุณจุฑาภรณ์ ครองบุญ

เป็นรักครั้งแรกของคุณสุเทพแต่กลับกลายเป็นรักครั้งสุดท้ายของคุณจุฑาภรณ์ในอีกหลายปีต่อมาหลังจากที่ได้แต่งงานอยู่กินกันจนมีบุตรธิดารวมสามคนคุณจุฑาภรณ์ก็ได้จากไปเพราะ

โรคร้ายที่ไม่มีใครหนีพ้น

สุเทพ กับน้ำทิพย์

จบจาก มช.ในปี 2515 ได้ไม่นานอยากจะไปหาความก้าวหน้าให้กับชีวิตจึงตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาโดยบอกคุณพ่อกำนันจรัสว่าได้รับทุนแต่แท้จริงแล้วไปด้วยทุนตัวเองมีก็เพียงแต่ค่าตั๋วเครื่องบินที่พอรวบรวมได้

ว่ากันว่าถ้าไม่บอกคุณพ่ออย่างนั้นก็คงไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเป็นแน่แท้

หนุ่มนักสู้จากเมืองคนดีมีเงินติดกระเป๋าพออยู่ได้ไม่กี่วันจึงตัดสินใจลุยจ๊อบทุกอย่างที่ขวางหน้า

วันละสองจ๊อบสามจ๊อบไม่เคยหวั่นไหวสุเทพเล่าให้ฟังอีกว่า 16 ชั่วโมงสองจ๊อบในหนึ่งวันก็เคยทำมาแล้วทั้งโรงงานชำแหละเนื้อ โรงงานทำกระเป๋า หนักเบาแค่ไหนกำนันไทยไม่เคยย่อท้อ

ทำงานไปเรียนไปจนวันแห่งความสำเร็จก็มาถึงในปี พ.ศ.2518 สุเทพคว้าปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์จากMiddleTennesseeStateUniversityมาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

กลับจากอเมริกาได้ไม่นานสุเทพตัดสินใจถ่ายผ่องมรดกตกทอดจากกำนันจรัสผู้เป็นบิดาด้วยการสมัครลงรับเลือกตั้งในตำแหน่งกำนันตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ได้รับเสียงตอบรับท่วมท้นได้เป็นกำนันสมความปรารถนา

สุเทพ กับศรีสกุล

ทำประวัติศาสตร์เป็นกำนันปริญญาโทคนแรกของประเทศไทยในขณะที่มีอายุเพียง 26 ปี

ถนนหนทางของกำนันเทพยังมีอีกยาวไกล 3 ปีต่อมากำนันป้ายแดงตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับประเทศได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมความปรารถนาเป็นสมัยแรกในปี 2522

ไม่น่าแปลกใจ 10 สมัยต่อมาสุเทพกลายเป็น ส.ส.ผูกขาดของสุราษฎร์ธานี และยังมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวงด้วยกัน ตำแหน่งสำคัญคือ รมว.คมนาคมและรองนายกรัฐมนตรี

ความสุขความสำเร็จอยู่ที่ไหนความทุกข์ความผิดหวังก็ย่อมมีมาคู่กันเสมอ

เมื่อจุฑาภรณ์ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของ ส.ส.สุเทพจากไปในขณะที่มีอายุเพียง 39 ปีด้วยโรคมะเร็ง ทำให้สุเทพต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ของลูกทั้งสามคือ แทน,น้ำทิพย์ และ น้ำตาล ในเวลาเดียวกัน

ไม่กี่วันหลังจากนั้นสุเทพปวารณาตัวเข้าเป็นศิษย์ของท่านพุทธทาสที่วัดสวนโมกขพลาราม เป็นเวลาถึง 40 วัน

ด้วยจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่สุเทพครองความเป็นโสดตลอดมาจนกระทั่งได้พบกับ “ศรีสกุล พร้อมพันธุ์”น้องสาวของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์และเป็นอดีตภรรยาของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์

สุเทพกับเข็มลูกสาวคนเล็กของศรีสกุล

เป็นศรีสกุล พร้อมพันธุ์ บัณฑิตนิติศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์ อดีตดาวจุฬา และอดีต ส.ส.นครราชสีมา ปี พ.ศ. 2531

ศรีสกุลมีบุตรธิดารวมสามคนเหมือนกันจากนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ คนโต นายสิทธิพัฒน์ (โขง) นายเอกนัฎ (ขิง) และน.ส.ธีราภา พร้อมพันธุ์

ใครๆก็รู้ว่าสุเทพนั้นเป็นพ่อตัวอย่างที่ดีมีความรักความเมตตาให้กับลูกทั้ง 6 คนโดยเท่าเทียมกัน สังเกตุได้จากน้องเข็มบุตรสาวของคุณศรีสกุลที่เฝ้าติดตามพ่อเลี้ยงจนบ่อยครั้งที่ได้เห็นน้องเข็มโอบกอดพ่อเลี้ยงด้วยความรักความสนิทใจ

ในบรรดาลูกทั้ง 6 ของสองครอบครัว ที่โดดเด่นอยู่ในวงการเมืองคือหนุ่มเดือนมังกรปีฉลู“ขิง”เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ ดีกรีปริญญาตรีโทถึงสามสาขา วิศวกรรม เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัย ออกซ์ฟอร์ด ปัจจุบันเป็นอาจารย์ระดับปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเลขานุการส่วนตัวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และยังเป็นอดีต ส.ส.กทมของพรรคประชาธิปัตย์

ด้วยคุณสมบัติที่ล้นโอ่งล้นไหจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมนายเอกนัฎในวัยเพียง 27 ปี ถึงได้รับเลือกให้เป็นโฆษกและแกนนำของมวลมหาประชาชนโดยปราศจากข้อครหาใดๆในฐานะที่เป็นเลขาส่วนตัวของนายสุเทพ

คนใกล้ชิดต่างก็รู้กันว่ากำนันเทพชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ อ่านได้ทุกโอกาสทุกสถานที่ทุกเวลาและอ่านได้รวดเร็วมาก

สุเทพ เลขากปปส. กับ โฆษก เอกนัฎ

หนังสือที่อ่านมีทุกประเภทตั้งแต่วิชาการ การเมืองไปจนถึงแฮร์รี่ พ๊อตเตอร์แต่ที่ชอบมากที่สุดคือหนังสือนิยายกำลังภายในจีน เป็นที่มาของคำว่า“ผมขอคารวะ”ก่อนการปราศรัยทุกครั้งบนเวที

แค้นฝังหุ่นของพรรคมารที่มีต่อกำนันเทพนั้นพลพรรคเผื่อไถยังฝังใจมิเคยลืมเลือน นั่นก็คือปฏิบัติการยุบพรรคไทยรักไทยที่นายสุเทพเป็นผู้รวบรวมข้อมูลยื่นฟ้องจนถูกยุบพรรคมีผลให้กรรมการบริหารพรรค 111 คนถูกตัดสิทธิ์เป็นเวลาถึง 5 ปี

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมจอมยุทธเทพถึงถูกเช็คบิลตามล้างตามเช็ดใส่ร้ายป้ายสีไม่เว้นแต่ละวันตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อกำนันเปิดหน้าท้าชกประกาศตัวเป็นผู้นำมวลชนจึงไม่ต่างอะไรไปกับนักรบผู้หาญกล้าเข้าฝ่าประจัญไม่เกรงกลัวแม้กระทั่งความตาย

หัวใจเพียงหนึ่งดวงจึงได้ใจหลายล้านดวงด้วยเหตุฉะนี้

เหตุผลใหญ่ที่มีความมั่นอกมั่นใจว่าจะมีชัยชนะก็เพราะ กำนันมีความรักชาติ ศาสนา เทิดทูนในองค์พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์เหนือสิ่งอื่นใด

กำนันจึงมีความมั่นอกมั่นใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์  พระสยามเทวาธิราช และบุญญาบารมีของพระราชวงศ์และองค์พระมหากษัตริย์ที่จะช่วยคุ้มครองปกป้องให้ชาติอยู่รอดและปลอดภัย

รวมทั้งตัวกำนันและมวลมหาประชาชน

สี่คนพ่อลูก”เทือกสุบรรณ”ในบรรยากาศสบายๆ

ขึ้นยกสี่การต่อสู้บนเวทียังคงเข้มข้นในขณะที่นอกเวทีมีการเจรจาต่อรองของผู้แพ้อยุ่ตลอดเวลา

เป็นการเจรจาของพรรคมารมุมแดงที่ลดระดับการต่อรองลงไปเรื่อยๆเพื่อหาทางลงอย่างไรที่ให้เจ็บตัวน้อยที่สุด

เป็นธรรมชาติของผู้ที่กำลังจะมีชัยย่อมจะรุกไล่เพื่อให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้อย่างราบคาบ

เป็นชัยชนะที่กำลังจะเป็นของมวลมหาประชาชน

เพื่อจะขับไล่ระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย

000000000000000000000000000000000

อัคคณิต พานิชกุล

4 ธันวาคม 2556

 

 

468x60 ad on post page

Leave a Reply